ดิแอนิมาโทรนิก
Base Info
- Chapterบท Five Nights at Freddy's
- Difficulty
- Speed110%4.4 m/s
Perks
Feature
ดิแอนิมาโทรนิกจะกลับมาเสมอ Perk ประจำตัว คือ ประกาศขอความช่วยเหลือ, ความกลัวหลอน และลวดมัดฟาง จะช่วยให้เขาเข้ายึดเครื่องปั่นไฟ ทำให้ผู้รอดชีวิตกรีดร้อง และลดความคืบหน้าของสวิตช์ประตูทางออก
Skill
ความตื่นกลัวของแฟซแบร์
ดิแอนิมาโทรนิกมีชีวิตอยู่เพื่อการเข่นฆ่า แม้ในยามที่ชุดกลไกของเขากลายเป็นหลุมฝังศพตัวเองก็ตาม
ความสามารถพิเศษ คือ ขวานเพลิง
ดิแอนิมาโทรนิกมีขวานเพลิงที่ปาใส่ผู้รอดชีวิตได้เป็นอาวุธ หากขวานเพลิงนั้นโดนผู้รอดชีวิตเข้า ก็จะปักคาอยู่ที่ร่างของผู้รอดชีวิต ทำให้ผู้รอดชีวิตติดสถานะผุพังและไม่รู้ตัวไปจนกว่าจะเอาขวานออก
คุณสมบัติพิเศษของแผนที่ คือ ประตูนิรภัย
เมื่อเริ่มเกม จะมีประตูนิรภัย 7 บานสุ่มเกิดขึ้นทั่วแผนที่ ทั้งผู้รอดชีวิตและดิแอนิมาโทรนิกสามารถเข้าประตูเหล่านี้ได้
ประตูนิรภัยแต่ละบานจะมีกล้องติดอยู่ การทำอะไรกับประตูจะทำให้ผู้รอดชีวิตใช้มุมมองกล้องได้ ทำให้สามารถดูกล้องทุกตัวในแผนที่ ไปยังประตูที่พวกเขากำลังมองผ่านอยู่ และมีโอกาสเผยออร่าของดิแอนิมาโทรนิกให้เพื่อนร่วมทีมเห็นได้
การใช้กล้องและประตูบ่อยเกินไปจะทำให้พลังงานแบตเตอรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดหมดไป และผู้รอดชีวิตก็ได้แต่รอจนกว่าระบบจะรีบูต ขณะที่ดิแอนิมาโทรนิกนั้น ไม่ว่าจะมีแบตเตอรี่หรือไม่ก็สามารถเข้าออกประตูนิรภัยได้
ถ้าดิแอนิมาโทรนิกเข้าประตูนิรภัยไป เขาจะออกจากประตูไหนในแผนที่ก็ได้ การย้ายไปยังประตูที่มีผู้รอดชีวิตใช้อยู่จะทำให้ดิแอนิมาโทรนิกจับตัวผู้รอดชีวิตคนนั้นได้
เมื่อเข้าไปในประตูนิรภัย ดิแอนิมาโทรนิกจะได้เอฟเฟกต์สถานะตรวจไม่พบ หลังออกจากประตูนิรภัยมาแล้ว เอฟเฟกต์จะยังมีผลต่ออีก 20 วินาที หรือจนกว่าจะโดนผู้รอดชีวิตพบตัวผ่านกล้องวงจรปิด
ความสามารถพิเศษ คือ ขวานเพลิง
ดิแอนิมาโทรนิกมีขวานเพลิงที่ปาใส่ผู้รอดชีวิตได้เป็นอาวุธ หากขวานเพลิงนั้นโดนผู้รอดชีวิตเข้า ก็จะปักคาอยู่ที่ร่างของผู้รอดชีวิต ทำให้ผู้รอดชีวิตติดสถานะผุพังและไม่รู้ตัวไปจนกว่าจะเอาขวานออก
คุณสมบัติพิเศษของแผนที่ คือ ประตูนิรภัย
เมื่อเริ่มเกม จะมีประตูนิรภัย 7 บานสุ่มเกิดขึ้นทั่วแผนที่ ทั้งผู้รอดชีวิตและดิแอนิมาโทรนิกสามารถเข้าประตูเหล่านี้ได้
ประตูนิรภัยแต่ละบานจะมีกล้องติดอยู่ การทำอะไรกับประตูจะทำให้ผู้รอดชีวิตใช้มุมมองกล้องได้ ทำให้สามารถดูกล้องทุกตัวในแผนที่ ไปยังประตูที่พวกเขากำลังมองผ่านอยู่ และมีโอกาสเผยออร่าของดิแอนิมาโทรนิกให้เพื่อนร่วมทีมเห็นได้
การใช้กล้องและประตูบ่อยเกินไปจะทำให้พลังงานแบตเตอรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดหมดไป และผู้รอดชีวิตก็ได้แต่รอจนกว่าระบบจะรีบูต ขณะที่ดิแอนิมาโทรนิกนั้น ไม่ว่าจะมีแบตเตอรี่หรือไม่ก็สามารถเข้าออกประตูนิรภัยได้
ถ้าดิแอนิมาโทรนิกเข้าประตูนิรภัยไป เขาจะออกจากประตูไหนในแผนที่ก็ได้ การย้ายไปยังประตูที่มีผู้รอดชีวิตใช้อยู่จะทำให้ดิแอนิมาโทรนิกจับตัวผู้รอดชีวิตคนนั้นได้
เมื่อเข้าไปในประตูนิรภัย ดิแอนิมาโทรนิกจะได้เอฟเฟกต์สถานะตรวจไม่พบ หลังออกจากประตูนิรภัยมาแล้ว เอฟเฟกต์จะยังมีผลต่ออีก 20 วินาที หรือจนกว่าจะโดนผู้รอดชีวิตพบตัวผ่านกล้องวงจรปิด
Story
ลึกเข้าไปในร้านพิซซ่าของเฟรดดี้ แฟซแบร์ วิลเลียม แอฟตันวิ่งหนีผีเหยื่อของเขา เขาลนลานสวมชุดสปริง บอนนี่สุดที่รัก มันคือชุดที่เขาใส่ปลอมตัวเวลาก่ออาชญากรรมชั่วร้าย และคราวนี้ก็เพื่อหนีจากเหล่าภูตผีที่ไล่ล่า
แต่เหมือนชะตาเล่นตลกกับแอฟตัน อะไรบางอย่างทำให้ล็อคสปริงในชุดสปริง บอนนีทำงานขึ้นมา โลหะยึดกันและกัน แทงทะลุฆาตกรขังเขาไว้ในชุดตัวเอง ขณะที่เขากรีดร้อง พื้นลายตาหมากรุกก็ยกขึ้นมาหาเขา แล้วทุกอย่างก็พลันดำมืด
สปริงแทร็ปถือกำเนิดขึ้นมาก็ด้วยการนั้น คือจากความตายของฆาตกรนั่นเอง
เขาฟื้นขึ้นมาเพราะเสียงที่ไม่คุ้นหู ร่างของเขาคือเสาแห่งความทุกข์ทรมาน พวกภูตผีที่ทรมานเขาหายไปแล้ว กำแพงที่ล้อมรอบตัวเขากำลังเน่าสลาย พื้นเบื้องล่างร่วงลงไปยังปื้นเชื้อรา ตั้งแต่ที่ถูกล็อคสปริงทิ่มแทงร่างกายจนเขาต้องติดอยู่ในชุดนี่มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วกันนะ ความกระหายใคร่ฆ่ายังวนเวียนในใจเขา มันเป็นความกระหายที่ถูกทิ้งไว้ไม่ได้ดับมาแสนนาน
เสียงนั่นดังก้องหูเขาอีกแล้ว เสียงหัวเราะของเด็กๆ พวกเด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่ในครัวหรืออย่างไร สปริงแทร็ปลุกขึ้นยืน ปรับตัวเข้ากับร่างใหม่ของตัวเอง แล้วย่างสามขุมไปยังเสียงแหลมเล็กเริงร่า และเสียงก่นตะโกนที่ยั่วเย้าเขาอยู่นั่น
เขาสาวเท้าไวขึ้น จากเดินกลายเป็นวิ่ง เขารีบเข้าไปในครัวแล้วก็พบกับ…
ความว่างเปล่า
ไม่มีเด็กๆ ไม่มีการละเล่นอะไร ไม่มีเสียงหัวเราะ มีแต่สายหมอกสีดำที่หมุนตัวปกคลุมผนังไกลๆ
สปริงแทร็ปสำรวจหมอกนั่น ความสงสัยใคร่รู้เกาะกุมจิตใจ เมื่อจ้องมองเข้าไปในความมืดนั้น ดวงตาปูดโปนของเขาก็เห็นรูปร่างต่างๆ โผล่มาจากสายหมอก
พวกนั้นเป็นใครกัน เขาเห็นพวกนั้นมองเข้าอยู่ กำลังเรียกเขา บอกว่าความกระหายใคร่ฆ่าของเขาจะได้รับการตอบสนองไปตลอดกาล
เขาแค่ต้องไปอยู่กับพวกนั้นเท่านั้น