เดอะไบลท์
Base Info
- Chapterบท Descend Beyond
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
ฆาตกรผู้คาดเดาไม่ได้ สามารถระเบิดความเร็วพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมชนสิ่งกีดขวางให้ไปโดนผู้รอดชีวิตจนบาดเจ็บได้ด้วยพลังการแปดเปื้อนเสื่อมสลายของเขา
Perk ประจำตัวของเขาคือ อุ้งมือมังกร, คำสาป: ไม่รู้จักตาย และคำสาป: เชิดชูเลือด ทำให้เขาสามารถใช้เอฟเฟกต์ทรงพลังกับเครื่องปั่นไฟ โทเทม และแท่นไม้ได้
Perk ประจำตัวของเขาคือ อุ้งมือมังกร, คำสาป: ไม่รู้จักตาย และคำสาป: เชิดชูเลือด ทำให้เขาสามารถใช้เอฟเฟกต์ทรงพลังกับเครื่องปั่นไฟ โทเทม และแท่นไม้ได้
Skill
ความเสื่อมทรามที่พังทลาย
เซรุ่มตุ่มหนองหลั่งไหลเข้าสู่เส้นเลือดดำของเขา กัดกินทั้งร่างกายและจิตใจ กระนั้นก็ยังมอบความสามารถทางกายภาพอันผิดธรรมชาติให้
ความสามารถพิเศษ: พุ่ง
กดปุ่มพลังเพื่อพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การทำเช่นนั้นจะใช้โทเคนพุ่ง ขณะที่พุ่ง เดอะไบลท์จะโจมตีไม่ได้
พุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางที่อยู่รอบๆ เพื่อกระแทกมัน ถ้าพุ่งไม่ชนกำแพงหรือสิ่งกีดขวาง หรือเดอะไบลท์ใช้โทเคนพุ่งหมดแล้ว เขาจะเข้าสู่สภาวะหมดแรงในช่วงสั้นๆ แล้วเริ่มรีชาร์จโทเคน
การโจมตีพิเศษ: พุ่งมรณะ
หลังจากกระแทก กดปุ่มพลังเพื่อใช้พุ่งมรณะ การทำเช่นนั้นจะใช้โทเคนพุ่ง พุ่งมรณะมีลักษณะแบบเดียวกับพุ่ง เว้นแต่เมื่อใช้แล้วเดอะไบลท์จะโจมตีได้ด้วยการกดปุ่มโจมตี
ความสามารถพิเศษ: พุ่ง
กดปุ่มพลังเพื่อพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การทำเช่นนั้นจะใช้โทเคนพุ่ง ขณะที่พุ่ง เดอะไบลท์จะโจมตีไม่ได้
พุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางที่อยู่รอบๆ เพื่อกระแทกมัน ถ้าพุ่งไม่ชนกำแพงหรือสิ่งกีดขวาง หรือเดอะไบลท์ใช้โทเคนพุ่งหมดแล้ว เขาจะเข้าสู่สภาวะหมดแรงในช่วงสั้นๆ แล้วเริ่มรีชาร์จโทเคน
การโจมตีพิเศษ: พุ่งมรณะ
หลังจากกระแทก กดปุ่มพลังเพื่อใช้พุ่งมรณะ การทำเช่นนั้นจะใช้โทเคนพุ่ง พุ่งมรณะมีลักษณะแบบเดียวกับพุ่ง เว้นแต่เมื่อใช้แล้วเดอะไบลท์จะโจมตีได้ด้วยการกดปุ่มโจมตี
Story
ผู้ปรารถนาจะเข้าใจเงื่อนไขของมนุษย์ต้องผงาดขึ้นไปอยู่เหนือเงื่อนไขเหล่านั้น นี่คือหลักการที่ทัลบอต กริมส์ ยึดถือ เขาเป็นนักเคมีชาวสกอตผู้ปล่อยให้ความทะเยอทะยานอันไร้การควบคุมพาตัวเองขึ้นไปสูงลิ่ว ในวัยเด็ก เขาเป็นที่นิยมชมชอบของคนอื่น ด้วยทั้งสดใส เปี่ยมเสน่ห์ และไม่เกรงกลัวที่จะท้าทายอำนาจ แต่แม้จะสง่างามทางสังคมถึงเพียงนั้นเขาก็ยังเป็นอิสระอย่างร้ายกาจ ทัลบอตใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสำรวจท้องทุ่งกว้างใหญ่ไพศาลใกล้ๆ เมืองตามลำพัง สิ่งที่ตอนเริ่มต้นเป็นเพียงความสงสัยของเด็กน้อยเกือบกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อเขาทดลองกับดอกถุงมือจิ้งจอกมีพิษไปแปะหนึ่ง ทัลบอตนอนเหงื่อแตกซิกไปหลายวัน อาหารใดๆ ตกถึงท้องเป็นต้องอาเจียนออกมา แต่เมื่อหายดีแล้ว สิ่งที่เกากุมหัวใจของเขากลับไม่ใช่ความหวาดกลัว ทว่าเป็นความพึงพอใจ การที่ดอกไม้ดอกหนึ่งมีผลกระทบต่อเขาอย่างรุนแรงได้ถึงเพียงนั้นมีความมหัศจรรย์บางอย่างอยู่
ล่วงสู้วัยผู้ใหญ่ ความทะเยอทะยานของทัลบอตพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับวิธีการอันน่ากังขาของเขา ทัลบอตเข้าศึกษาในวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งลอนดอนและเก่งกาจกว่าใครๆ แม้จะถูกตำหนิติเตียนหลายต่อหลายครั้ง ความยินดีจะผลักขีดจำกัดตัวเองให้สูงขึ้นทำให้เขารักษาตำแหน่งในบริษัทอินเดียตะวันออกของบริเตนเอาไว้ได้ และเขาก็ขึ้นสู่ตำแหน่งหัวนักเคมีได้ภายในเจ็ดปี และในตอนนั้น ทัลบอตก็บรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่ง นั่นก็คือสารเคมีที่สามารถเพิ่มผลิตภาพของแรงงานในขณะที่ลดความต้องการพักผ่อนของพวกเขาลง เขาได้รับรางวัลเป็นห้องทดลองลับที่อยู่ใต้ค่ายกักกันบนเกาะไดเออร์
ณ ที่แห่งนั้นซึ่งอยู่นอกชายฝั่งอินเดีย ทัลบอตบังคับนักโทษจากสงครามฝิ่นเป็นตัวอย่างทดลอง อันนำมาซึ่งยาเสพติดที่ทำให้ทหารสามารถทนทานต่อความเจ็บปวดได้อย่างเหลือเชื่อ แม้ส่วนใหญ่แล้วจะมีผลข้างเคียงเพียงไม่รุนแรง แต่ก็ลือกันว่ามีทหารจำนวนเล็กน้อยที่เป็นบ้าไป เมื่ออยู่ในสภาวะดุร้าย พวกเขาสังหารคนทั้งหมู่บ้าน แทงประชาชนด้วยดาบปลายปืนแล้วแขวนทิ้งไว้กับต้นไม้ ไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการถึงตัวอย่างทดลอง และทัลบอตเองก็ปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองในสิ่งที่อาจเป็นเรื่องเล่าเกินจริงของสงคราม
แม้ความปราดเปรื่องอันไร้หัวใจของเขานั้นจะแม่นมั่นไม่สั่นคลอน ทัลบอตก็ไม่ได้ตระหนักถึงเหล่าศัตรูที่ผลงานอันน่าสงสัยของเขาไปรวบรวมเข้าด้วยกันไว้ ความตระหนักรู้ได้ฟาดเขาเข้าให้ ฟาดเขาในแบบฟาดจริงๆ ด้วยท่อเหล็กที่ซัดเข้าท้ายทอยระหว่างเดินทางไปมังกาลอร์ เขาถูกมัดแล้วยัดเข้าไปในตู้สินค้า เมื่อเอาผ้าปิดตาออก ชายน่าเกลียดก็ให้เขาดูสุสานมหึมาที่เต็มไปด้วยซากศพ ทัลบอตไม่เคยรู้เรื่องเลยว่ายาเพิ่มผลิตภาพของเขานั้นฆ่าคนไปเกือบทั้งโรงงาน เขารู้ดีว่าไม่อาจปกป้องตัวเองจากความโกรธขึ้งและข้อกล่าวหาของผู้ที่ลักพาตัวเขามาได้ ที่เขาทำได้มีเพียงงอก่องอขิงเมื่อท่อเหล็กกระหน่ำลงมา ร่างของเขาถูกโยนทิ้งให้ตายในหลุมศพ ทัลบอตคลานหาทางหลบหนีอยู่ท่ามกลางความมีสติและความมืดมิดไม่รู้เนื้อตัวที่สลับกันไปมา นิ้วมือของเขาจมลงไปในเนื้อเน่าๆ แมลงวันสีดำสำราญเลี้ยงกันบนผิวหนังอันไร้การปกคลุมของเขา รู้สึกราวเข็มร้อยพันทิ่มแทง ทัลบอตทรุดลง หน้าของเขาประชิดกับใบหน้าของซากศพหญิงสาวที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโพลง อ่อนแรงเกินกว่าจะผลักออก เขาไม่อาจทำอะไรได้นอกจากเป็นประจักษ์พยานแก่ผลงานชิ้นสำคัญในชีวิตของตัวเอง
ต่อมา เขาถูกพากลับมาจากปากเหวของความตาย ทัลบอตพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงเล็กๆ โดยมีใบหน้าเหี่ยวย่นใจดีคอยดูแล เจ็บปวดไปในทุกลมหายใจเข้าออก เขาได้รับการรักษาพยาบาลจนกลับมาแข็งแรงในโรงเรียนลี้ลับเก่าแก่ที่บังหน้าว่าเป็นอาราม ในสวนเขียวขจีที่อยู่เบื้องหลังกำแพงสูงตระหง่านอันอ่อนน้อม เหล่าพระศึกษาตำราต้องห้าม พยายามแผ่ขยายจิตมนุษย์เพื่อค้นหามิติอื่น ด้วยเชื่อว่าแต่ละคนนั้นจะได้เชื่อมโยงถึงกันและกัน
ความรู้ของทัลบอตได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสิ่งจำเป็น สารเคมีเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขานั้นเข้ากับทฤษฎีการขยายประสาทได้อย่างราบรื่น ทัลบอตจึงตระหนักได้ว่าที่ตัวเองรอดมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาถูกดึงขึ้นมาจากหลุมเพื่อพัฒนาความรู้ของสำนักแห่งนี้ เขาตกลงจะช่วยจนกว่าตัวเองจะหายดี โดยรับหน้าที่ศึกษาค้นคว้าสิ่งที่พวกพระเรียกว่าสารเคมีแห่งจิตวิญญาณ อันเป็นสารประกอบที่ขับออกมาจากต่อมไพเนียลซึ่งเชื่อว่าเปิดตาจิตได้ จากสิ่งที่เริ่มต้นเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ช่วยชีวิตตัวเอง ไม่นานก็กลายเป็นความหมกมุ่น ทัลบอตจดจ่ออยู่กับคลังเอกสารแห่งตำราอันสาบสูญของสำนักจนค้นพบสูตรวิทยาศาสตร์ที่ช่วยยืนยันความคิดอันมิอาจจินตนาการถึงได้ที่เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ เขาฝันถึงการนำทางมนุษยชาติไปยังยุคใหม่ของการรู้แจ้ง บางทีหลังจากนั้น ฝันร้ายถึงคนงานในโรงงานนับร้อยที่ตายไป ฝันร้ายถึงดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น อาจเลือนรางจากหายจากใจเขา
เมื่อเขาใกล้ถึงการค้นพบอันยิ่งใหญ่ พฤติกรรมของพวกพระก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มอ่อนโยนที่มีให้มาพร้อมกับสายตาไม่สบายใจที่เลียงหลบอย่างว่องไวเมื่อสบกัน บทสนทนาอย่างสุภาพที่ครั้งหนึ่งเคยมีให้กลับกลายเป็นการพึมพำงันเงียบ สิ่งสุดท้ายที่ทัลบอตได้เห็นในสำนักก็คือเพดานแตกร้าวเหนือที่นอนตัวเอง มันแตกแขนงไปตามปูนฉาบราวกิ่งก้านของเซลล์ประสาท
ความทรงจำถัดมาของเขาคือกระเบื้องหลากสีอันแตกร้าวของภาพและผัสสะ เส้นแสงที่วิ่งไปมา เกือกม้าบนพื้นกรวด ผ้าเนื้อหยาบไร้รสนิยมขูดข่วนแก้ม และแรงกัดที่งับลึกเข้าที่แขนของเขา ทัลบอตตื่นขึ้นมาอย่างมอมแมม น้ำท่าไม่ได้อาบ นอนแผ่หราอยู่บนเสื่อฟางของโรงฝิ่น หมอกหนาปกคลุมจิตใจ ความคิดแรกของเขาคือบันทึกของตัวเอง นั่นเป็นบันทึกเดียวที่มีถึงการเปิดเผยการค้นพบครั้งใหญ่ของเขา ทัลบอตลนลานป่ายปีนขึ้นจากห้องใต้ดินสกปรก ร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง ผู้พักอาศัยคนอื่นเงยหน้ามองจากเปลญวน มิหยิบยื่นสิ่งได้ให้นอกจากดวงตาเยิ้มยาและสายตาสมเพชที่กลับครึ่งหลับครึ่งตื่นอย่างรวดเร็ว ก่อนทัลบอตจะทันสังเกตว่ามีร่างในจีวรปรากฏกายขึ้นด้านหลัง เข็มก็ปักเข้าที่แขนของเขาแล้วโลกทั้งใบก็ปลาสนาการไปอีกครั้ง
ตื่นขึ้น อีกครั้ง ทุกครั้งยิ่งพร่ามัวยิ่งขึ้น เขาดันลิ้นแตะช่องโหว่ระหว่างฟัน นานแค่ไหนแล้วนะ เขาสงสัย ความทรงจำอันเลือนรางหวนคืนมา สารเคมีแห่งจิตวิญญาณ บันทึกของเขา จวนเจียนจะค้นพบครั้งใหญ่ เสียงกระซิบจากที่ไกลแสนไกลเข้ามาในใจของเขา
ทัลบอตงุ่มง่ามอยู่กับหิน ลับมันให้คมด้วยมืออันสั่นเทา ในแสงเลือนรางของโรงฝิ่น ท่ามกลางผู้อยู่อาศัยที่ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไม่ได้ เขาสลักงานวิจัยจากในความทรงจำลงไปบนกำแพง เขาเขียนอยู่เป็นชั่วโมงจนกระทั่งนิ้วเลือดไหล ขยับไปที่พื้น จดทุกอย่างที่เสียงนั่นกระซิบใส่ทั้งที่ไม่สามารถเข้าใจให้ถ่องแท้ เมื่อไม่มีที่ให้เขียนแล้ว ขับก็คว้าหินขึ้นมากรีดข้อความลงบนอก เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ทัลบอตพบปาฏิหาริย์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ทุ่งดอกไม้สีส้มอันอุดมสมบูรณ์ตระการตา เสียงกระซิบเรียกความสนใจจากเขา เร่งเร้าให้เขาเข้าไปในทุ่งนั่นแล้วค้นพบโลกและมิติที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ ในชั่วขณะหนึ่ง ทัลบอตรู้สึกถึงสัมผัสอัศจรรย์ที่ตนเคยครอบครองเมื่อครั้งยังเด็ก
ผู้พำนักอาศัยในโรงฝิ่นตื่นขึ้นโดยเงียบงัน กลิ่นควันแห้งๆ ยังเอื่อยอวลในอากาศ เดินตุปัดตุเป๋ออกจากสายหมอกแห่งมวลยา พวกเขาพบพื้นหินที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ลำธารเล็กๆ ไหลเป็นทางตามรอยแตก เมื่อดวงตาคุ้นเคยกับห้องอันมืดมิด ตัวอักษรหวัดๆ ยึกยือไปตามความยาวของมันก็ปรากฏขึ้น เขียนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีจุดจบ มันมิได้เขียนเป็นสิ่งใดเลยนอกจากประโยคเดียวที่ว่า ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ล่วงสู้วัยผู้ใหญ่ ความทะเยอทะยานของทัลบอตพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับวิธีการอันน่ากังขาของเขา ทัลบอตเข้าศึกษาในวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งลอนดอนและเก่งกาจกว่าใครๆ แม้จะถูกตำหนิติเตียนหลายต่อหลายครั้ง ความยินดีจะผลักขีดจำกัดตัวเองให้สูงขึ้นทำให้เขารักษาตำแหน่งในบริษัทอินเดียตะวันออกของบริเตนเอาไว้ได้ และเขาก็ขึ้นสู่ตำแหน่งหัวนักเคมีได้ภายในเจ็ดปี และในตอนนั้น ทัลบอตก็บรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่ง นั่นก็คือสารเคมีที่สามารถเพิ่มผลิตภาพของแรงงานในขณะที่ลดความต้องการพักผ่อนของพวกเขาลง เขาได้รับรางวัลเป็นห้องทดลองลับที่อยู่ใต้ค่ายกักกันบนเกาะไดเออร์
ณ ที่แห่งนั้นซึ่งอยู่นอกชายฝั่งอินเดีย ทัลบอตบังคับนักโทษจากสงครามฝิ่นเป็นตัวอย่างทดลอง อันนำมาซึ่งยาเสพติดที่ทำให้ทหารสามารถทนทานต่อความเจ็บปวดได้อย่างเหลือเชื่อ แม้ส่วนใหญ่แล้วจะมีผลข้างเคียงเพียงไม่รุนแรง แต่ก็ลือกันว่ามีทหารจำนวนเล็กน้อยที่เป็นบ้าไป เมื่ออยู่ในสภาวะดุร้าย พวกเขาสังหารคนทั้งหมู่บ้าน แทงประชาชนด้วยดาบปลายปืนแล้วแขวนทิ้งไว้กับต้นไม้ ไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการถึงตัวอย่างทดลอง และทัลบอตเองก็ปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองในสิ่งที่อาจเป็นเรื่องเล่าเกินจริงของสงคราม
แม้ความปราดเปรื่องอันไร้หัวใจของเขานั้นจะแม่นมั่นไม่สั่นคลอน ทัลบอตก็ไม่ได้ตระหนักถึงเหล่าศัตรูที่ผลงานอันน่าสงสัยของเขาไปรวบรวมเข้าด้วยกันไว้ ความตระหนักรู้ได้ฟาดเขาเข้าให้ ฟาดเขาในแบบฟาดจริงๆ ด้วยท่อเหล็กที่ซัดเข้าท้ายทอยระหว่างเดินทางไปมังกาลอร์ เขาถูกมัดแล้วยัดเข้าไปในตู้สินค้า เมื่อเอาผ้าปิดตาออก ชายน่าเกลียดก็ให้เขาดูสุสานมหึมาที่เต็มไปด้วยซากศพ ทัลบอตไม่เคยรู้เรื่องเลยว่ายาเพิ่มผลิตภาพของเขานั้นฆ่าคนไปเกือบทั้งโรงงาน เขารู้ดีว่าไม่อาจปกป้องตัวเองจากความโกรธขึ้งและข้อกล่าวหาของผู้ที่ลักพาตัวเขามาได้ ที่เขาทำได้มีเพียงงอก่องอขิงเมื่อท่อเหล็กกระหน่ำลงมา ร่างของเขาถูกโยนทิ้งให้ตายในหลุมศพ ทัลบอตคลานหาทางหลบหนีอยู่ท่ามกลางความมีสติและความมืดมิดไม่รู้เนื้อตัวที่สลับกันไปมา นิ้วมือของเขาจมลงไปในเนื้อเน่าๆ แมลงวันสีดำสำราญเลี้ยงกันบนผิวหนังอันไร้การปกคลุมของเขา รู้สึกราวเข็มร้อยพันทิ่มแทง ทัลบอตทรุดลง หน้าของเขาประชิดกับใบหน้าของซากศพหญิงสาวที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโพลง อ่อนแรงเกินกว่าจะผลักออก เขาไม่อาจทำอะไรได้นอกจากเป็นประจักษ์พยานแก่ผลงานชิ้นสำคัญในชีวิตของตัวเอง
ต่อมา เขาถูกพากลับมาจากปากเหวของความตาย ทัลบอตพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงเล็กๆ โดยมีใบหน้าเหี่ยวย่นใจดีคอยดูแล เจ็บปวดไปในทุกลมหายใจเข้าออก เขาได้รับการรักษาพยาบาลจนกลับมาแข็งแรงในโรงเรียนลี้ลับเก่าแก่ที่บังหน้าว่าเป็นอาราม ในสวนเขียวขจีที่อยู่เบื้องหลังกำแพงสูงตระหง่านอันอ่อนน้อม เหล่าพระศึกษาตำราต้องห้าม พยายามแผ่ขยายจิตมนุษย์เพื่อค้นหามิติอื่น ด้วยเชื่อว่าแต่ละคนนั้นจะได้เชื่อมโยงถึงกันและกัน
ความรู้ของทัลบอตได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสิ่งจำเป็น สารเคมีเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขานั้นเข้ากับทฤษฎีการขยายประสาทได้อย่างราบรื่น ทัลบอตจึงตระหนักได้ว่าที่ตัวเองรอดมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาถูกดึงขึ้นมาจากหลุมเพื่อพัฒนาความรู้ของสำนักแห่งนี้ เขาตกลงจะช่วยจนกว่าตัวเองจะหายดี โดยรับหน้าที่ศึกษาค้นคว้าสิ่งที่พวกพระเรียกว่าสารเคมีแห่งจิตวิญญาณ อันเป็นสารประกอบที่ขับออกมาจากต่อมไพเนียลซึ่งเชื่อว่าเปิดตาจิตได้ จากสิ่งที่เริ่มต้นเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ช่วยชีวิตตัวเอง ไม่นานก็กลายเป็นความหมกมุ่น ทัลบอตจดจ่ออยู่กับคลังเอกสารแห่งตำราอันสาบสูญของสำนักจนค้นพบสูตรวิทยาศาสตร์ที่ช่วยยืนยันความคิดอันมิอาจจินตนาการถึงได้ที่เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ เขาฝันถึงการนำทางมนุษยชาติไปยังยุคใหม่ของการรู้แจ้ง บางทีหลังจากนั้น ฝันร้ายถึงคนงานในโรงงานนับร้อยที่ตายไป ฝันร้ายถึงดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น อาจเลือนรางจากหายจากใจเขา
เมื่อเขาใกล้ถึงการค้นพบอันยิ่งใหญ่ พฤติกรรมของพวกพระก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มอ่อนโยนที่มีให้มาพร้อมกับสายตาไม่สบายใจที่เลียงหลบอย่างว่องไวเมื่อสบกัน บทสนทนาอย่างสุภาพที่ครั้งหนึ่งเคยมีให้กลับกลายเป็นการพึมพำงันเงียบ สิ่งสุดท้ายที่ทัลบอตได้เห็นในสำนักก็คือเพดานแตกร้าวเหนือที่นอนตัวเอง มันแตกแขนงไปตามปูนฉาบราวกิ่งก้านของเซลล์ประสาท
ความทรงจำถัดมาของเขาคือกระเบื้องหลากสีอันแตกร้าวของภาพและผัสสะ เส้นแสงที่วิ่งไปมา เกือกม้าบนพื้นกรวด ผ้าเนื้อหยาบไร้รสนิยมขูดข่วนแก้ม และแรงกัดที่งับลึกเข้าที่แขนของเขา ทัลบอตตื่นขึ้นมาอย่างมอมแมม น้ำท่าไม่ได้อาบ นอนแผ่หราอยู่บนเสื่อฟางของโรงฝิ่น หมอกหนาปกคลุมจิตใจ ความคิดแรกของเขาคือบันทึกของตัวเอง นั่นเป็นบันทึกเดียวที่มีถึงการเปิดเผยการค้นพบครั้งใหญ่ของเขา ทัลบอตลนลานป่ายปีนขึ้นจากห้องใต้ดินสกปรก ร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง ผู้พักอาศัยคนอื่นเงยหน้ามองจากเปลญวน มิหยิบยื่นสิ่งได้ให้นอกจากดวงตาเยิ้มยาและสายตาสมเพชที่กลับครึ่งหลับครึ่งตื่นอย่างรวดเร็ว ก่อนทัลบอตจะทันสังเกตว่ามีร่างในจีวรปรากฏกายขึ้นด้านหลัง เข็มก็ปักเข้าที่แขนของเขาแล้วโลกทั้งใบก็ปลาสนาการไปอีกครั้ง
ตื่นขึ้น อีกครั้ง ทุกครั้งยิ่งพร่ามัวยิ่งขึ้น เขาดันลิ้นแตะช่องโหว่ระหว่างฟัน นานแค่ไหนแล้วนะ เขาสงสัย ความทรงจำอันเลือนรางหวนคืนมา สารเคมีแห่งจิตวิญญาณ บันทึกของเขา จวนเจียนจะค้นพบครั้งใหญ่ เสียงกระซิบจากที่ไกลแสนไกลเข้ามาในใจของเขา
ทัลบอตงุ่มง่ามอยู่กับหิน ลับมันให้คมด้วยมืออันสั่นเทา ในแสงเลือนรางของโรงฝิ่น ท่ามกลางผู้อยู่อาศัยที่ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไม่ได้ เขาสลักงานวิจัยจากในความทรงจำลงไปบนกำแพง เขาเขียนอยู่เป็นชั่วโมงจนกระทั่งนิ้วเลือดไหล ขยับไปที่พื้น จดทุกอย่างที่เสียงนั่นกระซิบใส่ทั้งที่ไม่สามารถเข้าใจให้ถ่องแท้ เมื่อไม่มีที่ให้เขียนแล้ว ขับก็คว้าหินขึ้นมากรีดข้อความลงบนอก เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ทัลบอตพบปาฏิหาริย์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ทุ่งดอกไม้สีส้มอันอุดมสมบูรณ์ตระการตา เสียงกระซิบเรียกความสนใจจากเขา เร่งเร้าให้เขาเข้าไปในทุ่งนั่นแล้วค้นพบโลกและมิติที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ ในชั่วขณะหนึ่ง ทัลบอตรู้สึกถึงสัมผัสอัศจรรย์ที่ตนเคยครอบครองเมื่อครั้งยังเด็ก
ผู้พำนักอาศัยในโรงฝิ่นตื่นขึ้นโดยเงียบงัน กลิ่นควันแห้งๆ ยังเอื่อยอวลในอากาศ เดินตุปัดตุเป๋ออกจากสายหมอกแห่งมวลยา พวกเขาพบพื้นหินที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ลำธารเล็กๆ ไหลเป็นทางตามรอยแตก เมื่อดวงตาคุ้นเคยกับห้องอันมืดมิด ตัวอักษรหวัดๆ ยึกยือไปตามความยาวของมันก็ปรากฏขึ้น เขียนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีจุดจบ มันมิได้เขียนเป็นสิ่งใดเลยนอกจากประโยคเดียวที่ว่า ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น