เดอะคลาวน์
Base Info
- Chapterบท Curtain Call
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
ฆาตกรจอมวางแผน สามารถควบคุมและจับผู้รอดชีวิตใส่คอกได้ด้วยการขว้างขวดยาบำรุงส่งท้ายเพื่อสร้างควันแก๊สพิษอันกินพื้นที่กว้างเป็นระยะเวลาสั้นๆ ผู้รอดชีวิตที่ติดพิษจากแก๊สจะเกิดการมองเห็นและมีความเร็วการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติ อีกทั้งยังเปิดเผยตำแหน่งของตนเมื่อไอเสียงดังอีกด้วย
Perk ประจำตัว คือ ฉงน โรคกลัวตัวตลก และเพลงกล่อมเด็ก จะเพิ่มความได้เปรียบในการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง และส่งผลเสียต่อการซ่อมแซมและความเร็วในการรักษาของผู้รอดชีวิต
Perk ประจำตัว คือ ฉงน โรคกลัวตัวตลก และเพลงกล่อมเด็ก จะเพิ่มความได้เปรียบในการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง และส่งผลเสียต่อการซ่อมแซมและความเร็วในการรักษาของผู้รอดชีวิต
Skill
ยาบำรุงส่งท้าย
ด้วยเวลานับแรมปีที่ทดลองกับยาสลบและยาคลายกล้ามเนื้อ เดอะคลาวน์ก็ได้พัฒนาน้ำยาและสูตรอันทรงประสิทธิภาพขึ้นมาได้ เขาใช้ยาบำรุงส่งท้ายอันเป็นที่โปรดปรานของเขาที่ได้ผลอย่างมากในการทำให้เหยื่อมากมายติดพิษแล้วจับตัวไป ยาแก้พิษส่งท้ายตัวที่ใช้แก้กันก็ให้ผลที่เป็นประโยชน์เช่นกัน
แตะปุ่มเปิดใช้งานความสามารถเพื่อสลับระหว่างยาบำรุงส่งท้ายและยาแก้พิษส่งท้าย แตะหรือกดปุ่มพลังค้างแล้วปล่อยเพื่อขว้างขวด
กดปุ่มเปิดใช้งานความสามารถค้างเพื่อเติมขวด
ความสามารถพิเศษ: ยาบำรุงส่งท้าย
เมื่อตกกระทบขวดจะแตกออกแล้วปล่อยควันแก๊สสีม่วงออกมาทำให้ผู้รอดชีวิตติดพิษ ผู้รอดชีวิตที่ติดพิษจะมีการมองเห็นผิดปกติ ไออย่างควบคุมไม่ได้ และติดสถานะถูกกีดขวาง 14% เป็นเวลา 1.6 วินาที
ความสามารถพิเศษ: ยาแก้พิษส่งท้าย
เมื่อตกกระทบขวดจะแตกออกแล้วปล่อยควันควันสีเทาซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อทำงานออกมา เดอะคลาวน์และผู้รอดชีวิตคนใดที่เข้าไปในควันยาแก้พิษที่ทำงานอยู่จะได้สถานะเร่งรีบ 12% เป็นเวลา 6 วินาที ผู้รอดชีวิตที่ติดพิษแล้วเข้าไปในควันยาแก้พิษจะหายติดพิษ
แตะปุ่มเปิดใช้งานความสามารถเพื่อสลับระหว่างยาบำรุงส่งท้ายและยาแก้พิษส่งท้าย แตะหรือกดปุ่มพลังค้างแล้วปล่อยเพื่อขว้างขวด
กดปุ่มเปิดใช้งานความสามารถค้างเพื่อเติมขวด
ความสามารถพิเศษ: ยาบำรุงส่งท้าย
เมื่อตกกระทบขวดจะแตกออกแล้วปล่อยควันแก๊สสีม่วงออกมาทำให้ผู้รอดชีวิตติดพิษ ผู้รอดชีวิตที่ติดพิษจะมีการมองเห็นผิดปกติ ไออย่างควบคุมไม่ได้ และติดสถานะถูกกีดขวาง 14% เป็นเวลา 1.6 วินาที
ความสามารถพิเศษ: ยาแก้พิษส่งท้าย
เมื่อตกกระทบขวดจะแตกออกแล้วปล่อยควันควันสีเทาซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อทำงานออกมา เดอะคลาวน์และผู้รอดชีวิตคนใดที่เข้าไปในควันยาแก้พิษที่ทำงานอยู่จะได้สถานะเร่งรีบ 12% เป็นเวลา 6 วินาที ผู้รอดชีวิตที่ติดพิษแล้วเข้าไปในควันยาแก้พิษจะหายติดพิษ
Story
เคนเนท เชส เกิดเมื่อปี 1932 ด้วยการคลอดอย่างยากลำบาก ทำให้แม่ของเขาต้องเสียชีวิตลง เหตุการณ์นี้ผลักดันให้เกิดความร้าวฉานระหว่างเขากับพ่อที่ไม่เคยสนิทสนมด้วยเลย เมื่อเด็กชายเติบใหญ่ขึ้น ความขุ่นข้องใจกับการดื่มหนักของพ่อเขาก็ทวีขึ้นเช่นกัน เมื่อถึงเวลาที่เคนเนทเข้าโรงเรียน สองคนนี้ก็แทบจะแยกกันอยู่
ในด้านการเรียนนั้นเคนเนทไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยด้วยความสามารถทางกีฬาอันโดดเด่น เขาเติบโตขึ้นมามีร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่งอีกทั้งเป็นเลิศทางกรีฑา แต่กลับบอกปัดการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมทีมกีฬาไปเสียสิ้น
ขณะกำลังเดินจากโรงเรียนกลับบ้าน เคนเนทมักจะพบกับขนนกที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น เขาจึงเริ่มสะสมมันโดยเก็บไว้ในกล่องซิการ์ใต้เตียง เนื่องจากพ่อของเขาถ้าไม่ทำงานอยู่ก็จะสลบไสลไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เคนเนทจึงมีเวลาว่างอยู่เพียงลำพัง คอยนิ่งงันดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของส่วนแหลมบนขนนกนั้น พร้อมทั้งคอยสัมผัสความนุ่มของมันด้วยริมฝีปากเขาเอง เมื่อมองเหล่านกที่เข้ามายังจานอาหารในสวนของเขา เคนเนทก็จินตนาการไปว่ามันจะนุ่มเพียงใดกันจึงตัดสินใจที่จะจับนกมาสักตัว เขาเริ่มทำตัวสนิทสนมกับหมอฟันแถวบ้านซึ่งในไม่ช้าก็ทำให้ได้ยาสลบมา เคนเนทใช้ยาสลบนี้วางกับดักบนที่ใส่อาหารด้วยหวังว่ายาจะทำให้นกสลบไปนานพอที่เขาจะสัมผัสตัวมันได้
หลังจากผิดพลาดมาหลายครั้งเขาก็จับนกโรบินมาได้ตัวหนึ่ง ในขณะที่นกนอนแผ่อยู่บนมือนั้น เคนเนทก็เกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านถึงชีวิตที่อยู่ในเงื้อมมือของตนขึ้นมาในทันทีทันใด ตอนแรกเขากะจะปล่อยนกไปเมื่อมันฟื้นจากยาสลบ แต่เมื่อดวงตาของนกส่องประกายกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งมันก็เริ่มดิ้น เคนเนทยังคงกำมือแน่น นิ้วมือของเขาค่อยๆ โอบไปรอบคอของมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วยังคงบีบรัดอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งขนตามอกของเจ้านกแน่นิ่งไป เขากำจัดซากทิ้งแล้วเก็บไว้แต่เพียงขนนก ซึ่งเป็นการเริ่มชุดสะสมใหม่โดยโละขนนกอันอื่นทิ้งไปเนื่องจากเป็น “ของปลอม”
เมื่อถึงช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 เคนเนทก็ออกจากโรงเรียนแล้วเริ่มทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารใกล้บ้าน นอกจากนี้เขายังยกระดับไปยังเหยื่อที่ตัวใหญ่ขึ้น อย่างเช่น กระรอก แร็คคูน และสุนัข ทำให้เชี่ยวชาญในการคำนวณขนาดยาสลบสำหรับสัตว์แต่ละตัว
ช่วงต้นปี 1954 เด็กหนุ่มคนหนึ่งหายสาบสูญไปจนทั้งเมืองต้องพลิกแผ่นดินค้นหา ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ในขณะที่พ่อของเคนเนทกำลังทำงานอยู่ในชั้นใต้ถุนบ้านก็ได้พบกับกล่องซิการ์ เขาทุบแล้วเปิดมันออกมาพบกับความสยดสยอง ในนั้นมีทั้งขนนก อุ้งตีนสัตว์ รวมไปถึงนิ้วมือของมนุษย์อีกด้วย
เมื่อเคนเนทกลับจากทำงานแล้วเห็นพ่อของตนออกจากใต้ถุนบ้านมาพร้อมกับกล่องซิการ์ในมือ เขาก็รีบเผ่นแนบไปโดยไม่กลับบ้านอีกเลย
หลังจากใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเป็นเวลาหลายสัปดาห์เคนเนทก็ได้พบกับคณะละครสัตว์เร่ และด้วยพละกำลังอันน่าอัศจรรย์เขาจึงได้รับว่าจ้างให้แสดงกายกรรมไต่เชือก แล้วเปลี่ยนชื่อของตนใหม่เป็น เจฟฟรีย์ ฮอว์ก
เมื่อต้องถูกห้อมล้อมอยู่ด้วยกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกันอย่างกะทันหันเช่นนี้ “เจฟฟรีย์” จึงจำต้องเรียนรู้วิธีการเข้าสังคม เขาสวมใส่บุคลิกใหม่ได้ราวกับชุดปลอมตัว จนเป็นที่รู้จักในเรื่องความน่ารักมีเสน่ห์และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในไม่ช้านาน จึงได้รับการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวใหม่ในเวลาต่อมา
กาลเวลาผ่านไปนับทศวรรษที่เจฟฟรีย์ต้องอาศัยอยู่กับคณะละครสัตว์ ออกเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยวิถีชีวิตที่ต้องเที่ยวตะลอนไปเรื่อยๆ ซึ่งผลจากการกระทำต่างๆ ติดตามมาน้อยนักจึงทำให้เขาติดนิสัยเสียมา ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้าเมามาย กินอาหารขยะ เล่นยา เจฟฟรีย์ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งเหล่านี้อย่างไม่ลดละ เมื่อผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง สิ่งอบายมุขเหล่านี้ก็ถึงคราวต้องหยุดลง แต่แล้วแรงขับอันเก่าแก่ของเขาพลันหวนกลับคืนมา และชีวิตที่ต้องเดินทางพเนจรเช่นนี้ก็กลายมาเป็นสิ่งช่วยปิดบังให้เขากลับมาดำเนินการสังหารต่ออีกครั้ง เจฟฟรีย์ขโมยเสื้อผ้าและเครื่องสำอางจากนักแสดง ปลอมตัวตามแฟชั่นที่ทำให้เขาได้เข้าใกล้เหยื่อก่อนที่จะวางยาสลบแล้วนำกลับมายังกองคาราวาน ที่ซึ่งเหยื่อจะลืมตาคืนสติมาพบว่าตนถูกมัดอยู่ และชีวิตของตนนั้นอยู่ในเงื้อมมือของเจฟฟรีย์ ในที่สุดเขาก็จะได้เล่นสนุกเสียที ได้ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจของเหยื่อ เสียงกรีดร้องเหล่านี้คอยเติมเต็มเขาจนกว่าจะเงียบหายไปในยามค่ำคืน
เมื่อเรี่ยวแรงของเหยื่อทั้งหลายถึงคราวต่ำสุดแล้ว เจฟฟรีย์ก็จะค่อยๆ ตรวจดูนิ้วมือของพวกเขาเพื่อหานิ้วที่งดงามที่สุด แล้วไล่เลียไปทั่วลิ้นเพื่อหานิ้วที่รสเลิศที่สุด เมื่อเจฟฟรีย์พบนิ้วที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วก็จะตัดมันออกมาเพิ่มไว้ในชุดสะสมของตนอย่างภาคภูมิใจ ส่วนร่างที่เหลือก็จะกำจัดทิ้งอย่างขยะไร้ค่า
ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หนุ่มหรือแก่ เจฟฟรีย์ก็ไม่ใส่ใจ สิ่งสำคัญของชุดสะสมที่ดีอยู่ที่ความหลากหลายและความทรงจำกับเรื่องราวที่สิ่งเหล่านี้ยังให้ระลึกถึง
เขาถอดชุดแต่งกายน้อยลงไปเรื่อยๆ ปล่อยให้บุคลิกเดิมของตนหลุดลอกออกไปพร้อมกัน แล้วโอบรับเอาเดอะคลาวน์อันเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเข้าครอบครองอย่างสมบูรณ์
เมื่อเวลาผ่านไป ตัวตลกก็เริ่มชะล่าใจและเกิดสะเพร่า ทำให้มีเหยื่อรายหนึ่งหลุดรอดออกจากพันธนาการไปในขณะที่เขานอนเมามายอยู่ เธอหนีรอดไปได้พร้อมทั้งกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ตัวตลกจึงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าคณะละครสัตว์ทั้งหมดกำลังตรงดิ่งเข้ามาหาเขาอย่างน่าสะพรึง เขาจึงตวัดแส้ขึ้นควบม้า แล้วกองคาราวานก็จางหายไปกับยามค่ำคืน
นับแต่นั้นมา ตัวตลกก็ร่อนเร่ไปตามชนบท กลายเป็นปรสิตที่พบได้ประจำตามงานเทศกาลหรือตามคณะละครสัตว์ แต่กลับเป็นผู้ที่ไม่ปรากฏบนใบประกาศการแสดงเลย เขาจะล่อลวงผู้ที่กล้าหาญหรือโง่เขลาพอที่จะเข้ามาใกล้จนติดกับดัก แล้วเดินทางต่อไปก่อนที่ใครจะพบว่ามีคนหายสาบสูญ
ณ ใดจุดจุดหนึ่งบริเวณข้างทาง ตัวตลกก็ได้ทิ้งถนนธรรมดาๆ ของสหรัฐฯ ไว้เบื้องหลัง ก่อนจะออกเดินทางผ่านม่านหมอกแล้วเข้าสู่ดินแดนใหม่อันเป็นสถานที่ซึ่งดูชั่วคราว ไม่คงทนถาวร เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตที่เขาเลือกเดินมา และด้วยความรู้สึกสบายเหมือนบ้านเสียยิ่งกว่าที่เคยได้สัมผัสมาตลอดทั้งชีวิต ตัวตลกจึงเริ่มตั้งค่ายพัก แล้วรอคอยผู้มาเยือนรายแรกของตน
ในด้านการเรียนนั้นเคนเนทไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยด้วยความสามารถทางกีฬาอันโดดเด่น เขาเติบโตขึ้นมามีร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่งอีกทั้งเป็นเลิศทางกรีฑา แต่กลับบอกปัดการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมทีมกีฬาไปเสียสิ้น
ขณะกำลังเดินจากโรงเรียนกลับบ้าน เคนเนทมักจะพบกับขนนกที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น เขาจึงเริ่มสะสมมันโดยเก็บไว้ในกล่องซิการ์ใต้เตียง เนื่องจากพ่อของเขาถ้าไม่ทำงานอยู่ก็จะสลบไสลไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เคนเนทจึงมีเวลาว่างอยู่เพียงลำพัง คอยนิ่งงันดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของส่วนแหลมบนขนนกนั้น พร้อมทั้งคอยสัมผัสความนุ่มของมันด้วยริมฝีปากเขาเอง เมื่อมองเหล่านกที่เข้ามายังจานอาหารในสวนของเขา เคนเนทก็จินตนาการไปว่ามันจะนุ่มเพียงใดกันจึงตัดสินใจที่จะจับนกมาสักตัว เขาเริ่มทำตัวสนิทสนมกับหมอฟันแถวบ้านซึ่งในไม่ช้าก็ทำให้ได้ยาสลบมา เคนเนทใช้ยาสลบนี้วางกับดักบนที่ใส่อาหารด้วยหวังว่ายาจะทำให้นกสลบไปนานพอที่เขาจะสัมผัสตัวมันได้
หลังจากผิดพลาดมาหลายครั้งเขาก็จับนกโรบินมาได้ตัวหนึ่ง ในขณะที่นกนอนแผ่อยู่บนมือนั้น เคนเนทก็เกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านถึงชีวิตที่อยู่ในเงื้อมมือของตนขึ้นมาในทันทีทันใด ตอนแรกเขากะจะปล่อยนกไปเมื่อมันฟื้นจากยาสลบ แต่เมื่อดวงตาของนกส่องประกายกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งมันก็เริ่มดิ้น เคนเนทยังคงกำมือแน่น นิ้วมือของเขาค่อยๆ โอบไปรอบคอของมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วยังคงบีบรัดอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งขนตามอกของเจ้านกแน่นิ่งไป เขากำจัดซากทิ้งแล้วเก็บไว้แต่เพียงขนนก ซึ่งเป็นการเริ่มชุดสะสมใหม่โดยโละขนนกอันอื่นทิ้งไปเนื่องจากเป็น “ของปลอม”
เมื่อถึงช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 เคนเนทก็ออกจากโรงเรียนแล้วเริ่มทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารใกล้บ้าน นอกจากนี้เขายังยกระดับไปยังเหยื่อที่ตัวใหญ่ขึ้น อย่างเช่น กระรอก แร็คคูน และสุนัข ทำให้เชี่ยวชาญในการคำนวณขนาดยาสลบสำหรับสัตว์แต่ละตัว
ช่วงต้นปี 1954 เด็กหนุ่มคนหนึ่งหายสาบสูญไปจนทั้งเมืองต้องพลิกแผ่นดินค้นหา ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ในขณะที่พ่อของเคนเนทกำลังทำงานอยู่ในชั้นใต้ถุนบ้านก็ได้พบกับกล่องซิการ์ เขาทุบแล้วเปิดมันออกมาพบกับความสยดสยอง ในนั้นมีทั้งขนนก อุ้งตีนสัตว์ รวมไปถึงนิ้วมือของมนุษย์อีกด้วย
เมื่อเคนเนทกลับจากทำงานแล้วเห็นพ่อของตนออกจากใต้ถุนบ้านมาพร้อมกับกล่องซิการ์ในมือ เขาก็รีบเผ่นแนบไปโดยไม่กลับบ้านอีกเลย
หลังจากใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเป็นเวลาหลายสัปดาห์เคนเนทก็ได้พบกับคณะละครสัตว์เร่ และด้วยพละกำลังอันน่าอัศจรรย์เขาจึงได้รับว่าจ้างให้แสดงกายกรรมไต่เชือก แล้วเปลี่ยนชื่อของตนใหม่เป็น เจฟฟรีย์ ฮอว์ก
เมื่อต้องถูกห้อมล้อมอยู่ด้วยกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกันอย่างกะทันหันเช่นนี้ “เจฟฟรีย์” จึงจำต้องเรียนรู้วิธีการเข้าสังคม เขาสวมใส่บุคลิกใหม่ได้ราวกับชุดปลอมตัว จนเป็นที่รู้จักในเรื่องความน่ารักมีเสน่ห์และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในไม่ช้านาน จึงได้รับการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวใหม่ในเวลาต่อมา
กาลเวลาผ่านไปนับทศวรรษที่เจฟฟรีย์ต้องอาศัยอยู่กับคณะละครสัตว์ ออกเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยวิถีชีวิตที่ต้องเที่ยวตะลอนไปเรื่อยๆ ซึ่งผลจากการกระทำต่างๆ ติดตามมาน้อยนักจึงทำให้เขาติดนิสัยเสียมา ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้าเมามาย กินอาหารขยะ เล่นยา เจฟฟรีย์ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งเหล่านี้อย่างไม่ลดละ เมื่อผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง สิ่งอบายมุขเหล่านี้ก็ถึงคราวต้องหยุดลง แต่แล้วแรงขับอันเก่าแก่ของเขาพลันหวนกลับคืนมา และชีวิตที่ต้องเดินทางพเนจรเช่นนี้ก็กลายมาเป็นสิ่งช่วยปิดบังให้เขากลับมาดำเนินการสังหารต่ออีกครั้ง เจฟฟรีย์ขโมยเสื้อผ้าและเครื่องสำอางจากนักแสดง ปลอมตัวตามแฟชั่นที่ทำให้เขาได้เข้าใกล้เหยื่อก่อนที่จะวางยาสลบแล้วนำกลับมายังกองคาราวาน ที่ซึ่งเหยื่อจะลืมตาคืนสติมาพบว่าตนถูกมัดอยู่ และชีวิตของตนนั้นอยู่ในเงื้อมมือของเจฟฟรีย์ ในที่สุดเขาก็จะได้เล่นสนุกเสียที ได้ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจของเหยื่อ เสียงกรีดร้องเหล่านี้คอยเติมเต็มเขาจนกว่าจะเงียบหายไปในยามค่ำคืน
เมื่อเรี่ยวแรงของเหยื่อทั้งหลายถึงคราวต่ำสุดแล้ว เจฟฟรีย์ก็จะค่อยๆ ตรวจดูนิ้วมือของพวกเขาเพื่อหานิ้วที่งดงามที่สุด แล้วไล่เลียไปทั่วลิ้นเพื่อหานิ้วที่รสเลิศที่สุด เมื่อเจฟฟรีย์พบนิ้วที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วก็จะตัดมันออกมาเพิ่มไว้ในชุดสะสมของตนอย่างภาคภูมิใจ ส่วนร่างที่เหลือก็จะกำจัดทิ้งอย่างขยะไร้ค่า
ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หนุ่มหรือแก่ เจฟฟรีย์ก็ไม่ใส่ใจ สิ่งสำคัญของชุดสะสมที่ดีอยู่ที่ความหลากหลายและความทรงจำกับเรื่องราวที่สิ่งเหล่านี้ยังให้ระลึกถึง
เขาถอดชุดแต่งกายน้อยลงไปเรื่อยๆ ปล่อยให้บุคลิกเดิมของตนหลุดลอกออกไปพร้อมกัน แล้วโอบรับเอาเดอะคลาวน์อันเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเข้าครอบครองอย่างสมบูรณ์
เมื่อเวลาผ่านไป ตัวตลกก็เริ่มชะล่าใจและเกิดสะเพร่า ทำให้มีเหยื่อรายหนึ่งหลุดรอดออกจากพันธนาการไปในขณะที่เขานอนเมามายอยู่ เธอหนีรอดไปได้พร้อมทั้งกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ตัวตลกจึงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าคณะละครสัตว์ทั้งหมดกำลังตรงดิ่งเข้ามาหาเขาอย่างน่าสะพรึง เขาจึงตวัดแส้ขึ้นควบม้า แล้วกองคาราวานก็จางหายไปกับยามค่ำคืน
นับแต่นั้นมา ตัวตลกก็ร่อนเร่ไปตามชนบท กลายเป็นปรสิตที่พบได้ประจำตามงานเทศกาลหรือตามคณะละครสัตว์ แต่กลับเป็นผู้ที่ไม่ปรากฏบนใบประกาศการแสดงเลย เขาจะล่อลวงผู้ที่กล้าหาญหรือโง่เขลาพอที่จะเข้ามาใกล้จนติดกับดัก แล้วเดินทางต่อไปก่อนที่ใครจะพบว่ามีคนหายสาบสูญ
ณ ใดจุดจุดหนึ่งบริเวณข้างทาง ตัวตลกก็ได้ทิ้งถนนธรรมดาๆ ของสหรัฐฯ ไว้เบื้องหลัง ก่อนจะออกเดินทางผ่านม่านหมอกแล้วเข้าสู่ดินแดนใหม่อันเป็นสถานที่ซึ่งดูชั่วคราว ไม่คงทนถาวร เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตที่เขาเลือกเดินมา และด้วยความรู้สึกสบายเหมือนบ้านเสียยิ่งกว่าที่เคยได้สัมผัสมาตลอดทั้งชีวิต ตัวตลกจึงเริ่มตั้งค่ายพัก แล้วรอคอยผู้มาเยือนรายแรกของตน