เจ้าแห่งความมืด
Base Info
- Chapterบท Castlevania
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
เดอะดาร์กลอร์ด แดรกคูลา คือตัวตนแห่งความมืดมิดและโศกนาฏกรรม
Perk ประจำตัวประกอบด้วยคำสาป ได้แก่ ชะตาสามานย์ ความโลภของมนุษย์ และการครอบงำ ซึ่งช่วยให้เขาลดความเร็วในการซ่อมแซมของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย เห็นออร่าของหีบที่ยังไม่เปิด และปิดกั้นหีบกับโทเท็ม
Perk ประจำตัวประกอบด้วยคำสาป ได้แก่ ชะตาสามานย์ ความโลภของมนุษย์ และการครอบงำ ซึ่งช่วยให้เขาลดความเร็วในการซ่อมแซมของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย เห็นออร่าของหีบที่ยังไม่เปิด และปิดกั้นหีบกับโทเท็ม
Skill
การจำแลงกายของผีดูดเลือด
พลังแห่งความมืดทำให้เขาล้างแค้นมนุษย์ได้ ด้วยการสร้างความสะพรึงหลากหลายรูปแบบแล้วเข่นฆ่า
ความสามารถพิเศษ คือ แปลงร่าง
เดอะดาร์กลอร์ดแปลงร่างได้สามแบบ และเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาระหว่างแต่ละแบบได้ตามใจ โดยที่ร่างแต่ละแบบมีความสามารถและความแข็งแกร่งเฉพาะตัว
ร่างผีดูดเลือด เมื่ออยู่ในร่างนี้ เดอะดาร์กลอร์ดสามารถใช้เวทเพลิงนรก ซึ่งจะสร้างเสาเพลิงแปดต้นที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องหน้าเขา และเคลื่อนที่ข้ามสิ่งกีดขว้างเตี้ยๆ ได้
ร่างหมาป่า เมื่ออยู่ในร่างหมาป่า เดอะดาร์กลอร์ดสามารถใช้ความสามารถหลายอย่างที่ทำให้แกะรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาจะมองเห็นกองเลือดกับรอยขีดข่วนชัดเจนขึ้น และผู้รอดชีวิตที่วิ่งอยู่จะทิ้งดวงกลิ่นไว้เป็นทาง ซึ่งเดอะดาร์กลอร์ดสามารถเก็บดวงกลิ่นเหล่านั้นเพื่อชาร์จการโจมตีตะครุบอันทรงพลัง และได้บัฟเร่งรีบที่เป็นระยะสั้นๆ (ไม่มีผลซ้อนทับ)
ร่างค้างคาว เมื่ออยู่ในร่างค้างคาว เดอะดาร์กลอร์ดจะได้เอฟเฟกต์สถานะตรวจไม่พบ นอกจากนี้ เขายังเคลื่อนที่เร็วขึ้น บินข้ามจุดที่ต้องโดดข้ามได้ แถมยังเทเลพอร์ตไปยังจุดโดดข้ามในระยะ 32 เมตรได้ด้วย ส่วนผู้รอดชีวิตจะล่องหน แต่ยังมองเห็นรอยขีดข่วน
ความสามารถพิเศษ คือ แปลงร่าง
เดอะดาร์กลอร์ดแปลงร่างได้สามแบบ และเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาระหว่างแต่ละแบบได้ตามใจ โดยที่ร่างแต่ละแบบมีความสามารถและความแข็งแกร่งเฉพาะตัว
ร่างผีดูดเลือด เมื่ออยู่ในร่างนี้ เดอะดาร์กลอร์ดสามารถใช้เวทเพลิงนรก ซึ่งจะสร้างเสาเพลิงแปดต้นที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องหน้าเขา และเคลื่อนที่ข้ามสิ่งกีดขว้างเตี้ยๆ ได้
ร่างหมาป่า เมื่ออยู่ในร่างหมาป่า เดอะดาร์กลอร์ดสามารถใช้ความสามารถหลายอย่างที่ทำให้แกะรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาจะมองเห็นกองเลือดกับรอยขีดข่วนชัดเจนขึ้น และผู้รอดชีวิตที่วิ่งอยู่จะทิ้งดวงกลิ่นไว้เป็นทาง ซึ่งเดอะดาร์กลอร์ดสามารถเก็บดวงกลิ่นเหล่านั้นเพื่อชาร์จการโจมตีตะครุบอันทรงพลัง และได้บัฟเร่งรีบที่เป็นระยะสั้นๆ (ไม่มีผลซ้อนทับ)
ร่างค้างคาว เมื่ออยู่ในร่างค้างคาว เดอะดาร์กลอร์ดจะได้เอฟเฟกต์สถานะตรวจไม่พบ นอกจากนี้ เขายังเคลื่อนที่เร็วขึ้น บินข้ามจุดที่ต้องโดดข้ามได้ แถมยังเทเลพอร์ตไปยังจุดโดดข้ามในระยะ 32 เมตรได้ด้วย ส่วนผู้รอดชีวิตจะล่องหน แต่ยังมองเห็นรอยขีดข่วน
Story
หลังจากผู้เป็นที่รักของแดรกคูลาตายไป ความโศกเศร้าอันมิอาจปลอมประโลมก็ได้กลายเป็นความคลุ้มคลั่ง เขาตามหาศิลาโลหิตในตำนานเพื่อโกงความตาย แต่ยมทูตกักวิญญาณเขาไว้ในศิลานั่น แล้วมอบชีวิตอมตะในฐานะผีดูดเลือดให้ บัดนี้ วแลด เทเปส แดรกคูลา ได้กลายเป็นเจ้าแห่งความมืดแล้ว เขาหลับใหลในยามกลางวันแล้วออกล่าในยามราตรี ด้วยการแสวงหาสิ่งมีชีวิตแล้วช่วงชิงเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตนั้นมา เขาสร้างปราสาทขึ้นในโรมาเนีย ปกป้องมันด้วยโล่มนตรา แล้วเปลี่ยนชาวบ้านแถบนั้นให้กลายเป็นผีดิบ ปราสาทแดรกคูลากลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสะพรึงและสิ้นหวัง พลังอำนาจของเขาดูราวมิอาจทำลาย และผู้คนมากมายต้องตกตายด้วยพยายามกำราบเขาผู้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะ ความทุกข์ทรมาน และความตายอันไร้สิ้นสุด
ในปี 1476 เทรเวอร์ เบลมอนต์แห่งตระกูลเบลมอนต์ได้โค่นล้มอำนาจของแดรกคูลาลงด้วยแส้พิฆาตผีดูดเลือด แต่ผีดิบนั้นมีหรือจะตายตลอดไป แดรกคูลาคืนชีพขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดหลายร้อยปีเพื่อสานต่อแรงพยาบาท
ในตอนที่คืนชีพครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1999 นั้น แดรกคูลาปลุกทัพผีดิบมาด้วย ครั้งนั้นต้องใช้ลูกหลานตระกูลเบลมอนต์อีกคนมากำราบ จูเลียส เบลมอนต์ ในการปะทะกันอันรุนแรงที่เรียกว่าศึก 1999 จูเลียส เบลมอนต์เปิดศึกที่ปราสาทแดรกคูลา และต่อสู้กับเจ้าแห่งความมืดด้วยแส้มนตราเส้นเดียวกับที่บรรพบุรุษของเขากวัดแกว่งมาแต่โบราณ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าคราวนี้แดรกคูลาตายไปจริงๆ แล้ว เป็นความตายครั้งสุดท้าย แต่คืนนั้นแดรกคูลายังไม่ตาย ขณะที่แส้พิฆาตผีดูดเลือดฉีกเนื้อเถือหนังเขาออกจากกระดูก หมอกประหลาดก็ม้วนตัวขึ้นมาจากพื้นหินโบราณ แดรกคูลารู้สึกได้ถึงนิ้วมืออันเย็นยะเยียบของใครหรืออะไรบางอย่างกระดิกเรียกตน หมอกนั้นห่อหุ้มร่างของเขาและส่งเขาไปยังที่ที่เขาสามารถสานต่อความพยาบาทดำมืดที่ตนมีต่อมนุษย์ได้