เดอะโกสต์เฟส
Base Info
- Chapterบท Ghost Face®
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
ฆาตกรชวนขนลุก สามารถสะกดรอยตามแล้วย่องเข้าหาเหยื่ออย่างเงียบเชียบได้โดยใช้พลังผ้าคลุมราตรีของตน ผู้รอดชีวิตที่ได้รับผลจะไม่ระมัดระวังตัวและอาจถูกโจมตีได้ง่าย จึงต้องใช้สติสัมปชัญญะทั้งหมดในการป้องกันตัวหากฆาตกรเข้าใกล้
Perk ประจำตัว, ตั้งใจฟัง, สั่นกลัว และลอบไล่ล่า ให้ความสามารถในการระบุตำแหน่งผู้รอดชีวิต คุ้มกันเครื่องปั่นไฟ และทำให้การไล่ล่าไม่อาจคาดการณ์ได้
Perk ประจำตัว, ตั้งใจฟัง, สั่นกลัว และลอบไล่ล่า ให้ความสามารถในการระบุตำแหน่งผู้รอดชีวิต คุ้มกันเครื่องปั่นไฟ และทำให้การไล่ล่าไม่อาจคาดการณ์ได้
Skill
ผ้าคลุมราตรี
เดอะโกสต์เฟสจะเฝ้าดูเหยื่อเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อสังเกตกิจวัตรของเหยื่อโดยละเอียด เวลาความกระหายเลือดพุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาก็รู้ว่าจะต้องไปจัดการที่ไหนและทำอย่างไร
ผ้าคลุมราตรี
กดปุ่มพลังเพื่อเปิดใช้งานผ้าคลุมราตรีเมื่อเกจพลังเต็มแล้ว เดอะโกสต์เฟสจะได้รับเอฟเฟกต์สถานะตรวจไม่พบในขณะที่ผ้าคลุมราตรีทำงานอยู่ การโจมตีพื้นฐานจะทำให้สูญเสียเกจพลังไปจนหมดพร้อมทั้งปิดการทำงานของผ้าคลุมราตรีด้วยเช่นกัน
เปิดเผย
ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในระยะใกล้กับเดอะโกสต์เฟสสามารถเปิดเผยตัวเดอะโกสต์เฟสได้โดยมองไปในทิศทางของของมันเป็นเวลาสั้นๆ การเปิดเผยที่สำเร็จจะทำให้เดอะโกสต์เฟสสูญเสียเกจพลังไปจนหมด พร้อมปิดการทำงานของผ้าคลุมราตรีโดยอัตโนมัติ ผู้รอดชีวิตที่เปิดเผยตัวเดอะโกสต์เฟสจะถูกสัญชาตญาณฆาตกรระบุตำแหน่งได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ
ความสามารถพิเศษ: สะกดรอยตาม
กดปุ่มพลังค้างไว้เพื่อสะกดรอยตามผู้รอดชีวิตในขณะที่ผ้าคลุมราตรีกำลังทำงาน กดปุ่มพลังค้างไว้ขณะอยู่ในที่กำบังเพื่อเอนตัวออกมาแล้วสะกดรอยตามได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น การสะกดรอยตามผู้รอดชีวิตจนสำเร็จจะหมายหัวเป้าหมายดังกล่าวพร้อมทำให้เป้าหมายติดเอฟเฟกต์สถานะปลอดกำบังเป็นระยะเวลาสั้นๆ ผู้รอดชีวิตที่เป็นเป้าหมายจะเผยตำแหน่งของเดอะโกสต์เฟสไม่ได้
ความสามารถพิเศษ: ย่อ
กดปุ่มเปิดใช้งานความสามารถเพื่อทำท่าย่อ กดอีกครั้งขณะกำลังย่อตัวเพื่อยืนขึ้น ในขณะย่อ เดอะโกสต์เฟสจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ลดลง
“ไม่ต้องสนใจผมหรอก นั่นแหละ ทำต่อไปนะ นั่นแหละภาพของคุณที่ผมจะจดจำเอาไว้” –เดอะโกสต์เฟส
ผ้าคลุมราตรี
กดปุ่มพลังเพื่อเปิดใช้งานผ้าคลุมราตรีเมื่อเกจพลังเต็มแล้ว เดอะโกสต์เฟสจะได้รับเอฟเฟกต์สถานะตรวจไม่พบในขณะที่ผ้าคลุมราตรีทำงานอยู่ การโจมตีพื้นฐานจะทำให้สูญเสียเกจพลังไปจนหมดพร้อมทั้งปิดการทำงานของผ้าคลุมราตรีด้วยเช่นกัน
เปิดเผย
ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในระยะใกล้กับเดอะโกสต์เฟสสามารถเปิดเผยตัวเดอะโกสต์เฟสได้โดยมองไปในทิศทางของของมันเป็นเวลาสั้นๆ การเปิดเผยที่สำเร็จจะทำให้เดอะโกสต์เฟสสูญเสียเกจพลังไปจนหมด พร้อมปิดการทำงานของผ้าคลุมราตรีโดยอัตโนมัติ ผู้รอดชีวิตที่เปิดเผยตัวเดอะโกสต์เฟสจะถูกสัญชาตญาณฆาตกรระบุตำแหน่งได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ
ความสามารถพิเศษ: สะกดรอยตาม
กดปุ่มพลังค้างไว้เพื่อสะกดรอยตามผู้รอดชีวิตในขณะที่ผ้าคลุมราตรีกำลังทำงาน กดปุ่มพลังค้างไว้ขณะอยู่ในที่กำบังเพื่อเอนตัวออกมาแล้วสะกดรอยตามได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น การสะกดรอยตามผู้รอดชีวิตจนสำเร็จจะหมายหัวเป้าหมายดังกล่าวพร้อมทำให้เป้าหมายติดเอฟเฟกต์สถานะปลอดกำบังเป็นระยะเวลาสั้นๆ ผู้รอดชีวิตที่เป็นเป้าหมายจะเผยตำแหน่งของเดอะโกสต์เฟสไม่ได้
ความสามารถพิเศษ: ย่อ
กดปุ่มเปิดใช้งานความสามารถเพื่อทำท่าย่อ กดอีกครั้งขณะกำลังย่อตัวเพื่อยืนขึ้น ในขณะย่อ เดอะโกสต์เฟสจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ลดลง
“ไม่ต้องสนใจผมหรอก นั่นแหละ ทำต่อไปนะ นั่นแหละภาพของคุณที่ผมจะจดจำเอาไว้” –เดอะโกสต์เฟส
Story
แดนนี่ จอห์นสัน หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อเจด โอลเซน หยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะในห้องครัวขึ้น ซึ่งฉบับนี้ตีพิมพ์ออกมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว มีภาพหยาบๆ และใบหน้าซูบตอบของตนเองปรากฏบนหน้าหนึ่ง ขณะนั้นเป็นช่วงเวลายามบ่ายอันร้อนอบอ้าวในรัฐฟลอริดา ที่ทั้งความร้อนและความชื้นแทรกผ่านทุกอณูห้องครัว ทำให้เหงื่อออกได้แม้ขณะยืนอยู่เฉยๆ เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ชื้นแฉะแล้วเริ่มอ่าน ขอให้ข่าวคอลัมน์นี้ออกมาดีด้วยเถอะ ผลงานของเขาที่โรสวิลล์โดดเด่นขนาดนี้แล้ว
โกสต์เฟสหายตัวไป
18 มิถุนายน 1993
เมื่อแรกพบนั้น เจด โอลเซนเป็นฟรีแลนซ์ผู้กระตือรือร้นแต่ก็สุภาพถ่อมตน และยังมีประสบการณ์การทำงานกับหนังสือพิมพ์ขนาดเล็กมาแล้วมากมาย เพื่อนร่วมงานที่โรสวิลล์กาแซ็ตต่างชื่นชมในความสบายๆ และดูจริงใจของเขา ซึ่งกระทั่งระหว่างที่ให้สัมภาษณ์เข้าทำงาน เจดก็สนิทสนมกับทุกคนได้รวดเร็วในเวลาไม่ถึง 5 นาทีเสียด้วยซ้ำ
“พอเข้ามาในห้อง เจดสังเกตเห็นหัวหน้าบก.ได้อย่างรวดเร็ว เขาโปรยยิ้มพร้อมจับมือทักทายกันอย่างหนักแน่นก่อนพูดคุยถึงเรื่องค่านิยมที่ดีงามของชาวอเมริกัน แค่นั้นแหละ เขาก็ได้เข้ามาทำงานแล้ว” -อดีตนักข่าวหนังสือพิมพ์โรสวิลล์กาแซ็ต
เจดไม่เคยหาข้ออ้างให้กับสายอาชีพที่ดูไม่ค่อยแน่นอนของตน ที่ทำให้ต้องเดินทางย้ายที่อยู่ไปมาบ่อยครั้งตั้งแต่รัฐยูทาห์ไปจนถึงเพนซิลเวเนีย ไม่พบเอกสารยืนยันการทำงานที่เก่าของเจดเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยประวัติการทำงานอันน่าเชื่อถือและทัศนคติที่ดี อีกทั้งทางสำนักพิมพ์เองก็ต้องการนักข่าวโดยด่วนเช่นกัน
คดีฆาตกรรมโรสวิลล์
โอลเซนทำงานหนังสือพิมพ์ได้ราวห้าเดือนเมื่อคดีฆาตกรรมโรสวิลล์เริ่มต้นขึ้น มีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทุกช่วงวัยทั้งคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุถูกกระหน่ำแทงจนถึงแก่ชีวิตในบ้านของตน รายงานระบุว่าฆาตกรเลือกเหยื่อขึ้นมาแบบสุ่ม และยังรู้ทางหนีทีไล่ในละแวกนี้เป็นอย่างดี แผลถูกแทงหลายตำแหน่งบ่งบอกถึงมูลเหตุจูงใจส่วนบุคคล ไม่พบร่องรอยของคราบดีเอ็นเอ ตำรวจท้องถิ่นถึงกับงุนงงรูปคดีที่การฆาตกรรมเกิดขึ้นราวกับบันดาลโทสะ แต่ก็มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็น
ฆาตกรรายนี้ชอบสะกดรอยตามเป้าหมายของตนด้วย เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายสองคนเคยรายงานต่อเจ้าหน้าที่เรื่องมีเงาตะคุ่มเดินตามระหว่างทางกลับบ้านเพียงไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต ฆาตกรอาจติดตามผู้เคราะห์ร้ายจากออกมาจากร้านวอลอายส์ซึ่งเป็นบาร์เล็กๆ ทางตอนเหนือของเมืองโรสวิลล์ แอบถ่ายภาพเหยื่อที่อยู่ในบ้าน พร้อมกับหาทางบุกรุกเข้าไป ฆาตกรอาจคอยเฝ้าดูเหยื่อรายเดิมมานานหลายสัปดาห์จนค้นพบแบบแผนกิจวัตรประจำวันอย่างละเอียด เมื่อเกิดความกระหายเลือดขึ้นมาเมื่อไหร่ ฆาตกรจะเลือกเยี่ยมเยียนเหยื่อที่เปิดช่องให้โจมตีมากที่สุดแล้วย่องเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ
นักข่าวทุกคนต่างตามติดคดีฆาตกรรมโรสวิลล์ ซึ่งส่วนใหญ่โอลเซนจะถูกส่งตัวไปสัมภาษณ์ครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย พร้อมทั้งแจ้งความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ครอบครัวได้รับทราบ และเนื่องจากยังไม่มีใครที่รู้ความจริงในขณะนั้น การมีส่วนได้ส่วนเสียกับรูปคดีของเขาจึงเป็นการเพิ่มจำนวนศพขึ้นมาอีก
เดอะโกสต์เฟส
เมืองโรสวิลล์ตกอยู่ในความหวาดผวาครั้งใหญ่เมื่อโอลเซนเผยแพร่คลิปบุคคลน่าสงสัยสวมผ้าคลุมกำลังบุกรุกบ้านในยามวิกาล ใบหน้าที่สวมหน้ากากขาวดูเลือนรางในความมืดมิดจ้องเขม็งมาที่กล้องอยู่ชั่ววินาทีก่อนเข้าบ้านแล้วอันตรธานไป “กล้องถ่ายติดโกสต์เฟส” คือพาดหัวข่าวของวันรุ่งขึ้นโดยที่มีโอลเซนเป็นผู้เขียน เขาดูภูมิอกภูมิใจในผลงานครั้งนั้นมาก และยังดูบันเทิงใจกับการได้เห็นเมืองทั้งเมืองต้องตื่นตระหนกเพราะเรื่องขวัญผวาของตน
สัปดาห์ถัดจากนั้นมา โอลเซนได้เขียนข้อความสั้นๆ ทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานก่อนที่จะหายสาบสูญไปว่า
“หวังว่าทุกคนจะชอบเรื่องราวของผมนะ ผมสนุกมากเลยตอนที่ได้ทำให้เรื่องสยองพวกนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมา แต่ไม่ต้องห่วงหรอก งานของผมยังไม่สำเร็จ” -เจด โอลเซน
เจ้าหน้าที่ในเมืองโรสวิลล์ต่างปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ในขณะที่เจด โอลเซนยังคงลอยนวล
แดนนี่ยิ้มร่าพร้อมฉีกคอลัมน์ข่าวนี้ออกจากหนังสือพิมพ์ เมื่อการสืบสวนเริ่มที่จะมุ่งเป้ามาทางตัวเขา แดนนี่ก็ได้เก็บกระเป๋าแล้วจากโรสวิลล์ไปอย่างรวดเร็ว
แดนนี่ลุกขึ้นมา เนื้อตัวติดบนที่นั่งเหนียวเหนอะหนะ ความชื้นน่าอึดอัดเอ่อท้นเมื่อเข้าห้องนอน ไอน้ำควบแน่นแล้วไหลหยดลงบนหน้าต่างที่มีฝ้าขึ้นบานเล็กๆ ภาพติดผนังที่แตกร้าวห้อยอยู่โตงเตง ลวดลายดอกไม้มีภาพชวนสยองกับพาดหัวข่าวสำคัญปิดทับเอาไว้ แดนนี่ปักคอลัมน์ข่าวของสัปดาห์ก่อนเอาไว้เหนือภาพคนหนังศีรษะเปิด ความหิวโหยทำเขาเกิดอาการเจ็บแปลบเบาๆ และเริ่มสงสัยว่าตัวเองกินอะไรไปครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ ใช่เมื่อเช้านี้ตอนล้างมีดกับซักเสื้อผ้าหรือเปล่า? หรือจะเป็นเมื่อคืนหลังแอบเดินตามแม่สาวคนนั้นไป? แดนนี่จำไม่ค่อยได้เท่าใดนัก
เขาก้าวถอยหลังไปแล้วชื่นชมผลงานบนผนังห้องของตน จิตใจเริ่มล่องลอยนึกถึงคอลัมน์ทั้งหมดที่เคยเขียน เรื่องราวที่วางแผนเอาไว้ และจุดที่เขาได้ทำให้เรื่องราวนั้นเป็นความจริงขึ้นมา
ความรู้สึกเสียววาบแล่นผ่านร่างแดนนี่ไป สายลมเย็นยะเยือกเปลี่ยนความชื้นในห้องนอนให้กลายเป็นสายหมอกหนาทึบที่หนาวจัด เสียงผู้หญิงกรีดร้องลั่นดังขึ้น เสียงใบไม้แห้งดังกรอบแกรบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
แดนนี่ฉีกยิ้มขึ้นอย่างมีความคาดหวัง
โกสต์เฟสหายตัวไป
18 มิถุนายน 1993
เมื่อแรกพบนั้น เจด โอลเซนเป็นฟรีแลนซ์ผู้กระตือรือร้นแต่ก็สุภาพถ่อมตน และยังมีประสบการณ์การทำงานกับหนังสือพิมพ์ขนาดเล็กมาแล้วมากมาย เพื่อนร่วมงานที่โรสวิลล์กาแซ็ตต่างชื่นชมในความสบายๆ และดูจริงใจของเขา ซึ่งกระทั่งระหว่างที่ให้สัมภาษณ์เข้าทำงาน เจดก็สนิทสนมกับทุกคนได้รวดเร็วในเวลาไม่ถึง 5 นาทีเสียด้วยซ้ำ
“พอเข้ามาในห้อง เจดสังเกตเห็นหัวหน้าบก.ได้อย่างรวดเร็ว เขาโปรยยิ้มพร้อมจับมือทักทายกันอย่างหนักแน่นก่อนพูดคุยถึงเรื่องค่านิยมที่ดีงามของชาวอเมริกัน แค่นั้นแหละ เขาก็ได้เข้ามาทำงานแล้ว” -อดีตนักข่าวหนังสือพิมพ์โรสวิลล์กาแซ็ต
เจดไม่เคยหาข้ออ้างให้กับสายอาชีพที่ดูไม่ค่อยแน่นอนของตน ที่ทำให้ต้องเดินทางย้ายที่อยู่ไปมาบ่อยครั้งตั้งแต่รัฐยูทาห์ไปจนถึงเพนซิลเวเนีย ไม่พบเอกสารยืนยันการทำงานที่เก่าของเจดเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยประวัติการทำงานอันน่าเชื่อถือและทัศนคติที่ดี อีกทั้งทางสำนักพิมพ์เองก็ต้องการนักข่าวโดยด่วนเช่นกัน
คดีฆาตกรรมโรสวิลล์
โอลเซนทำงานหนังสือพิมพ์ได้ราวห้าเดือนเมื่อคดีฆาตกรรมโรสวิลล์เริ่มต้นขึ้น มีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทุกช่วงวัยทั้งคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุถูกกระหน่ำแทงจนถึงแก่ชีวิตในบ้านของตน รายงานระบุว่าฆาตกรเลือกเหยื่อขึ้นมาแบบสุ่ม และยังรู้ทางหนีทีไล่ในละแวกนี้เป็นอย่างดี แผลถูกแทงหลายตำแหน่งบ่งบอกถึงมูลเหตุจูงใจส่วนบุคคล ไม่พบร่องรอยของคราบดีเอ็นเอ ตำรวจท้องถิ่นถึงกับงุนงงรูปคดีที่การฆาตกรรมเกิดขึ้นราวกับบันดาลโทสะ แต่ก็มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็น
ฆาตกรรายนี้ชอบสะกดรอยตามเป้าหมายของตนด้วย เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายสองคนเคยรายงานต่อเจ้าหน้าที่เรื่องมีเงาตะคุ่มเดินตามระหว่างทางกลับบ้านเพียงไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต ฆาตกรอาจติดตามผู้เคราะห์ร้ายจากออกมาจากร้านวอลอายส์ซึ่งเป็นบาร์เล็กๆ ทางตอนเหนือของเมืองโรสวิลล์ แอบถ่ายภาพเหยื่อที่อยู่ในบ้าน พร้อมกับหาทางบุกรุกเข้าไป ฆาตกรอาจคอยเฝ้าดูเหยื่อรายเดิมมานานหลายสัปดาห์จนค้นพบแบบแผนกิจวัตรประจำวันอย่างละเอียด เมื่อเกิดความกระหายเลือดขึ้นมาเมื่อไหร่ ฆาตกรจะเลือกเยี่ยมเยียนเหยื่อที่เปิดช่องให้โจมตีมากที่สุดแล้วย่องเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ
นักข่าวทุกคนต่างตามติดคดีฆาตกรรมโรสวิลล์ ซึ่งส่วนใหญ่โอลเซนจะถูกส่งตัวไปสัมภาษณ์ครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย พร้อมทั้งแจ้งความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ครอบครัวได้รับทราบ และเนื่องจากยังไม่มีใครที่รู้ความจริงในขณะนั้น การมีส่วนได้ส่วนเสียกับรูปคดีของเขาจึงเป็นการเพิ่มจำนวนศพขึ้นมาอีก
เดอะโกสต์เฟส
เมืองโรสวิลล์ตกอยู่ในความหวาดผวาครั้งใหญ่เมื่อโอลเซนเผยแพร่คลิปบุคคลน่าสงสัยสวมผ้าคลุมกำลังบุกรุกบ้านในยามวิกาล ใบหน้าที่สวมหน้ากากขาวดูเลือนรางในความมืดมิดจ้องเขม็งมาที่กล้องอยู่ชั่ววินาทีก่อนเข้าบ้านแล้วอันตรธานไป “กล้องถ่ายติดโกสต์เฟส” คือพาดหัวข่าวของวันรุ่งขึ้นโดยที่มีโอลเซนเป็นผู้เขียน เขาดูภูมิอกภูมิใจในผลงานครั้งนั้นมาก และยังดูบันเทิงใจกับการได้เห็นเมืองทั้งเมืองต้องตื่นตระหนกเพราะเรื่องขวัญผวาของตน
สัปดาห์ถัดจากนั้นมา โอลเซนได้เขียนข้อความสั้นๆ ทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานก่อนที่จะหายสาบสูญไปว่า
“หวังว่าทุกคนจะชอบเรื่องราวของผมนะ ผมสนุกมากเลยตอนที่ได้ทำให้เรื่องสยองพวกนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมา แต่ไม่ต้องห่วงหรอก งานของผมยังไม่สำเร็จ” -เจด โอลเซน
เจ้าหน้าที่ในเมืองโรสวิลล์ต่างปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ในขณะที่เจด โอลเซนยังคงลอยนวล
แดนนี่ยิ้มร่าพร้อมฉีกคอลัมน์ข่าวนี้ออกจากหนังสือพิมพ์ เมื่อการสืบสวนเริ่มที่จะมุ่งเป้ามาทางตัวเขา แดนนี่ก็ได้เก็บกระเป๋าแล้วจากโรสวิลล์ไปอย่างรวดเร็ว
แดนนี่ลุกขึ้นมา เนื้อตัวติดบนที่นั่งเหนียวเหนอะหนะ ความชื้นน่าอึดอัดเอ่อท้นเมื่อเข้าห้องนอน ไอน้ำควบแน่นแล้วไหลหยดลงบนหน้าต่างที่มีฝ้าขึ้นบานเล็กๆ ภาพติดผนังที่แตกร้าวห้อยอยู่โตงเตง ลวดลายดอกไม้มีภาพชวนสยองกับพาดหัวข่าวสำคัญปิดทับเอาไว้ แดนนี่ปักคอลัมน์ข่าวของสัปดาห์ก่อนเอาไว้เหนือภาพคนหนังศีรษะเปิด ความหิวโหยทำเขาเกิดอาการเจ็บแปลบเบาๆ และเริ่มสงสัยว่าตัวเองกินอะไรไปครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ ใช่เมื่อเช้านี้ตอนล้างมีดกับซักเสื้อผ้าหรือเปล่า? หรือจะเป็นเมื่อคืนหลังแอบเดินตามแม่สาวคนนั้นไป? แดนนี่จำไม่ค่อยได้เท่าใดนัก
เขาก้าวถอยหลังไปแล้วชื่นชมผลงานบนผนังห้องของตน จิตใจเริ่มล่องลอยนึกถึงคอลัมน์ทั้งหมดที่เคยเขียน เรื่องราวที่วางแผนเอาไว้ และจุดที่เขาได้ทำให้เรื่องราวนั้นเป็นความจริงขึ้นมา
ความรู้สึกเสียววาบแล่นผ่านร่างแดนนี่ไป สายลมเย็นยะเยือกเปลี่ยนความชื้นในห้องนอนให้กลายเป็นสายหมอกหนาทึบที่หนาวจัด เสียงผู้หญิงกรีดร้องลั่นดังขึ้น เสียงใบไม้แห้งดังกรอบแกรบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
แดนนี่ฉีกยิ้มขึ้นอย่างมีความคาดหวัง