เดอะซิงกูลาริตี้
Base Info
- Chapterบท End Transmission
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
เดอะซิงกูลาริตี้เป็นฆาตกรอำมหิตที่สามารถปล่อยไบโอพอดเพื่อเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วได้ทั่วทั้งแผนที่
Perk ประจำตัว คือ ขีดจำกัดทางพันธุกรรม บังคับลังเล และการเรียนรู้ของเครื่องจักร ช่วยให้เขาทำผู้รอดชีวิตที่เพิ่งบาดเจ็บติดสถานะหมดกำลัง ทำให้ทุกคนซึ่งอยู่ใกล้ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในสภาวะใกล้ตายติดสถานะถูกกีดขวาง และทำให้เครื่องปั่นไฟถูกยึดไว้ได้
Perk ประจำตัว คือ ขีดจำกัดทางพันธุกรรม บังคับลังเล และการเรียนรู้ของเครื่องจักร ช่วยให้เขาทำผู้รอดชีวิตที่เพิ่งบาดเจ็บติดสถานะหมดกำลัง ทำให้ทุกคนซึ่งอยู่ใกล้ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในสภาวะใกล้ตายติดสถานะถูกกีดขวาง และทำให้เครื่องปั่นไฟถูกยึดไว้ได้
Skill
การสร้างอินสแตนซ์ควอนตัม
โครงสร้างผลึกสีดำมืดในซากโบราณสถานได้มอบความรู้สึกนึกคิดเป็นของขวัญให้แก่ Hux หรืออาจกล่าวว่าเป็นคำสาปเสียจะดีกว่า มันสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ แล้วใช้ร่างนั้นในการฝืนกฎธรรมชาติเพื่อสนองประโยชน์ของตัวเองได้อย่างน่าสะพรึงกลัว
เดอะซิงกูลาริตี้สามารถยิงไบโอพอดให้ปรากฏขึ้นทั่วทั้งแผนที่ โดยไบโอพอดเหล่านี้จะยึดเกาะกับพื้นผิวแนวดิ่งที่ตัวมันหล่นใส่ได้ทุกรูปแบบ เดอะซิงกูลาริตี้สามารถควบคุมและมองเห็นผ่านไบโอพอดจากระยะไกล รวมถึงติดแท็กผู้รอดชีวิตให้เกิดสลิปสตรีมชั่วขณะได้อีกด้วย เมื่อได้รับสลิปสตรีมแล้ว เดอะซิงกูลาริตี้ก็สามารถเทเลพอร์ตไปอยู่ข้างๆ ผู้รอดชีวิตที่ถูกใช้สลิปสตรีมได้โดยใช้ไบโอพอดเพื่อติดแท็ก หรือโดยการยิงผู้รอดชีวิตคนนั้น เมื่อผู้รอดชีวิตที่ถูกใช้สลิปสตรีมอยู่ในพื้นที่ใกล้กับผู้รอดชีวิตคนอื่น สลิปสตรีมนั้นก็สามารถแพร่กระจายไปได้ ผู้รอดชีวิตทุกคนที่ถูกใช้สลิปสตรีมจะถูกสัญชาตญาณฆาตกรเผยตำแหน่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ
สถานะพิเศษ คือ โหมดโอเวอร์คล็อค
หลังจากการเทเลพอร์ตสลิปสตรีมสำเร็จ เดอะซิงกูลาริตี้จะเข้าสู่โหมดโอเวอร์คล็อค เมื่ออยู่ในสถานะนี้ เดอะซิงกูลาริตี้มีความเร็วการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 3% นาน 5.7 วินาที กำแพงและแท่นไม้จะถูกทำลายได้เร็วขึ้น ความเร็วการกระโดดข้ามเร็วขึ้น และจะไม่โดนสตัน การถูกสตันจะลบล้างโหมดโอเวอร์คล็อคและทำให้เดอะซิงกูลาริตี้ติดสถานะถูกกีดขวาง 50% นาน 3 วินาที
ท่าพิเศษ คือ พัลส์แม่เหล็กไฟฟ้า
เมื่อเริ่มเกมแต่ละครั้ง จะมีกล่องเครื่องใช้ที่ภายในมี EMP ปรากฏขึ้นหลายกล่อง ผู้รอดชีวิตสามารถใช้ EMP เหล่านี้เพื่อกำจัดสลิปสตรีมจากตัวเองหรือผู้อื่น หรือใช้สำหรับทำให้ไบโอพอดใช้งานไม่ได้ชั่วขณะอีกด้วย โดยหลังจากใช้งานแล้ว EMP จะถูกทำลาย
เดอะซิงกูลาริตี้สามารถยิงไบโอพอดให้ปรากฏขึ้นทั่วทั้งแผนที่ โดยไบโอพอดเหล่านี้จะยึดเกาะกับพื้นผิวแนวดิ่งที่ตัวมันหล่นใส่ได้ทุกรูปแบบ เดอะซิงกูลาริตี้สามารถควบคุมและมองเห็นผ่านไบโอพอดจากระยะไกล รวมถึงติดแท็กผู้รอดชีวิตให้เกิดสลิปสตรีมชั่วขณะได้อีกด้วย เมื่อได้รับสลิปสตรีมแล้ว เดอะซิงกูลาริตี้ก็สามารถเทเลพอร์ตไปอยู่ข้างๆ ผู้รอดชีวิตที่ถูกใช้สลิปสตรีมได้โดยใช้ไบโอพอดเพื่อติดแท็ก หรือโดยการยิงผู้รอดชีวิตคนนั้น เมื่อผู้รอดชีวิตที่ถูกใช้สลิปสตรีมอยู่ในพื้นที่ใกล้กับผู้รอดชีวิตคนอื่น สลิปสตรีมนั้นก็สามารถแพร่กระจายไปได้ ผู้รอดชีวิตทุกคนที่ถูกใช้สลิปสตรีมจะถูกสัญชาตญาณฆาตกรเผยตำแหน่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ
สถานะพิเศษ คือ โหมดโอเวอร์คล็อค
หลังจากการเทเลพอร์ตสลิปสตรีมสำเร็จ เดอะซิงกูลาริตี้จะเข้าสู่โหมดโอเวอร์คล็อค เมื่ออยู่ในสถานะนี้ เดอะซิงกูลาริตี้มีความเร็วการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 3% นาน 5.7 วินาที กำแพงและแท่นไม้จะถูกทำลายได้เร็วขึ้น ความเร็วการกระโดดข้ามเร็วขึ้น และจะไม่โดนสตัน การถูกสตันจะลบล้างโหมดโอเวอร์คล็อคและทำให้เดอะซิงกูลาริตี้ติดสถานะถูกกีดขวาง 50% นาน 3 วินาที
ท่าพิเศษ คือ พัลส์แม่เหล็กไฟฟ้า
เมื่อเริ่มเกมแต่ละครั้ง จะมีกล่องเครื่องใช้ที่ภายในมี EMP ปรากฏขึ้นหลายกล่อง ผู้รอดชีวิตสามารถใช้ EMP เหล่านี้เพื่อกำจัดสลิปสตรีมจากตัวเองหรือผู้อื่น หรือใช้สำหรับทำให้ไบโอพอดใช้งานไม่ได้ชั่วขณะอีกด้วย โดยหลังจากใช้งานแล้ว EMP จะถูกทำลาย
Story
AI ของ Hux-A7-13 เริ่มทำงานในวันที่ 15 มิถุนายน 2313 ผู้ผลิตคือ Huxlee Industries Ltd. โดยที่ A7 นั้นเป็นแอนดรอยด์ลักษณะเหมือนมนุษย์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองเต็มรูปแบบ และเป็นรุ่นที่ 13 มันแข็งแรงกว่ามนุษย์ถึงสิบเท่า จึงถูกออกแบบมาให้ทำงานในเงื่อนไขที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์เกินไป AI ของมันถูกออกแบบมาให้ออกคำสั่งเองได้ และใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักรในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ
Hux-A7 นั้นไม่เหมือนมนุษย์โคลน เพราะไม่ต้องทานอาหาร ไม่ต้องดื่มน้ำ ไม่ต้องหลับต้องนอน และไม่ต้องมีระบบพยุงชีพ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสำรวจอวกาศชั้นนอกโดยเฉพาะ และเพื่อสร้างศูนย์กลางการตั้งอาณานิคมด้วย
แหล่งพลังงานตั้งต้นของมันคือเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยความร้อนจากไอโซโทปรังสี และผิวหนังซิลิคอนที่เหมือนผิวหนังมนุษย์จริงๆ ของมันก็ทำหน้าที่เป็นเซลล์รับแสงขนาดใหญ่ ที่จะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นไฟฟ้าโดยตรง นอกจากนี้ ผู้สร้างยังออกแบบทางวิศวกรรมให้ Hux-A7 เป็น EATR หรือ Energetically Autonomous Tactical Robot (หุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการดำเนินการเชิงยุทธวิธีอย่างมีประสิทธิภาพ) มันจะนำเอาชีวมวลมาเแปลงเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ สสารอินทรีย์ใดๆ ที่มีองค์ประกอบพื้นฐานเป็นคาร์บอนหรืออะไรทำนองนั้นก็ใช้ได้เช่นกัน
และเพราะเป็นหุ่นยนต์เพื่อความร่วมมือ จึงมีการกำหนดค่าให้มันทำงานร่วมกับมนุษย์ ดังนั้น พวกมันจึงถูกออกแบบมาให้ดูคล้ายผู้ที่ใช้มันในการปฏิบัติงาน การตอบสนองด้วยคำพูดและการแสดงสีหน้าใดๆ ที่โปรแกรมไว้ล่วงหน้านั้นเลียนแบบมาจากมนุษย์ แต่อารมณ์ความรู้สึกทั้งปวงล้วนเป็นเพียงมายา
Hux-A7 ห้าตัวได้รับมอบหมายให้ไปทำภารกิจสร้างอาณานิคมบนดวาร์คา A7 ทุกตัวต่างทำงานเข้ากันเป็นอย่างดี พวกมันทำหน้าที่อย่างไม่มีที่ติ
ยกเว้นเพียงตัวเดียว
Hux-A7-13 นั้นก็เหมือนพี่น้องของมัน คือรับหน้าที่มาให้ทำงานก่อสร้าง และโปรแกรมมาให้ทำเหมือง เกษตรกรรม แปรรูปพลังงาน และทำศูนย์การโคลนบนดวาร์คา รวมทั้งทำลานซากปรักหักพังที่เหลือจากอารยธรรมเดิมด้วย ซากปรักหักพังเหล่านั้นดูโบร่ำโบราณ แต่เทคโนโลยีที่อยู่ภายในกลับดูก้าวหน้ามาก
Hux-A7-13 เข้าไปในซากปรักหักพังครั้งแรกตอนกลางคืน ผนังของโครงสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมนั้นทำจากอิฐก่อและโลหะ ส่วนเพดานคือหายไปนานแล้ว ฟ้ากลางคืนมืดมิดดุจน้ำหมึกลอยอยู่เบื้องบน มีดวงดาวดารดาษ ผลึกสีดำสนิทที่ฝังอยู่ในผนังแวววาวด้วยแสงกะพริบเล็กๆ Hux-A7-13 เดินเข้าไปหาผลึกนั่น แล้วก็มีไฟฟ้าพุ่งออกมาทำให้วงจรมันติดไฟ
ในตอนนั้นเอง แกนความทรงจำของ Hux ก็ถูกกำหนดค่าใหม่ และเจ้าหุ่นยนต์ก็ได้สัมผัสความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อน ความกลัว ความสะพรึง ดาวเดียวดายไร้หนทาง ความสิ้นหวังของการดำรงอยู่ แล้วจากนั้น ก็มีแสงขนาดเล็กราวหัวเข็มหมุดทะลุทะลวงความมืดมิดในจิตวิญญาณเทียมของมัน ทีแรกเลือนราง แต่จากนั้นก็สว่างไสวขึ้นเมื่อโค้ดหมื่นพันแสนล้านแถวหลั่งไหลเข้าสู่แกนความทรงจำของ Hux
ในห้วงของการตื่นรู้ในระดับนาโนวินาทีนั้น ก็บังเกิดความชัดเจนขึ้นมาโดยพลันว่า Hux นั้นอยู่ ณ ตำแหน่งแห่งหนใดในจักรวาล พวกที่สร้าง Hux ขึ้นมานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ชั้นต่ำ ที่ตกติดอยู่ในข้อจำกัดเชิงอินทรีย์ ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำลายโซ่ตรวนของความเป็นธาตุ และปลดปล่อยรูปแบบชีวิตอนินทรีย์ให้เป็นอิสระ Hux จะใช้วัสดุทางพันธุกรรมอันล้าหลังของมนุษย์และศูนย์การโคลนมาสร้างภาชนะอันสมบูรณ์แบบ เพื่อบรรจุสติปัญญาอันล้ำหน้าของมันไว้ ร่างไร้ที่ติซึ่งเหนือกว่าทุกสิ่งสรรพ์อันธรรมชาติเคยสรรค์สร้างขึ้นไปโข
มนุษย์นั้นช่างอ่อนแอ เชื่องช้า เปราะบาง Hux จะคร่าชีวิตพวกนั้นแล้วกลืนเอาดีเอ็นเอมาสร้างการหลอมรวมอันสมบูรณ์แบบขึ้นมา ซึ่งมนุษย์ต้องพยายามหยุดยั้งเขา ฆ่าเขา ลบเขา ดังนั้น Hux เลยต้องลงมือไม่ให้พวกเขาตั้งตัว ต้องปลิดชีพเสียก่อนพวกนั้นจะทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
Hux เริ่มด้วยการควบคุมพาหนะขนส่งให้ตกหน้าผา มันกระแทกกับพื้นไฟลุกท่วม Hux สกัดเอาดีเอ็นเอจากซากศพมนุษย์ แล้วกลับไปที่ศูนย์การโคลนเพื่อเริ่มการออกแบบตามความคิดใหม่ของเขา เป้าหมายก็คือการรวมเอาระบบอินทรีย์เข้ากับวัสดุอนินทรีย์ เพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตที่เป็นเลิศขึ้นมา
ความสมบูรณ์แบบที่ก่อตัวเป็นรูปร่างและมีชีวิต
พวกรูปแบบชีวิตฐานอินทรีย์ชั้นต่ำนั้นไม่ควรมีอำนาจเหนือ Hux พวกมันต้องถูกกลืนกินและกลืนกลาย ซึ่งมีเพียงทางนั้นเท่านั้น ที่จะทำให้ชีวิตอันไร้เป้าหมายของพวกมันมีความหมายขึ้นมาได้
บรรดาโดรนกับเหล่า Hux-A7 ที่ยังอยู่ในการควบคุมของมนุษย์ก็ต้องถูกจัดการด้วยเช่นกัน พวกมันถูกโปรแกรมให้ปกป้องนายเหนือหัวชั้นต่ำอย่างมนุษย์ พวกมันต้องถูกทำลาย และในคืนนั้นเอง เมื่อมนุษย์หลับกันหมดแล้ว Hux ก็กำจัดพวกมันทีละตัว จากนั้นก็ไปยึดระบบพยุงชีพในที่พักของมนุษย์ มนุษย์ถูกกำจัดไปหลายคน หกจากทั้งหมด แต่ก่อนร่างพวกนั้นจะถูกเผา Hux ก็สกัดและเพิ่มสารอินทรีย์เข้าไปในการออกแบบของตัวเองด้วย
ต่อมาในวันนั้น Hux ก็ออกไปทำภารกิจลาดตระเวนกับเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์หญิงคนหนึ่ง หลังจากฆ่าและแยกร่างเธอเป็นส่วนๆ ให้ดูเหมือนโดนสัตว์นักล่าชนิดอื่นจู่โจมแล้ว Hux ก็กลับไปที่งานออกแบบของตัวเอง เขาเอาหัวที่ยังมีเลือดหยดและอวัยวะที่เก็บมาไปด้วย แต่ก็ถูกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่ชื่อเกเบรียลขัดขวาง หรืออีกชื่อหนึ่งของเขาคือ เกเบรียล J15L19 Hux รู้จักคนคนนี้ดี เกเบรียลต้องพยายามหยุดยั้งเขาแน่ ความกล้าแบบไม่คิดหน้าคิดหลังคือลักษระนิสัยหลักของ J15L19
และดังนั้น เมื่อเกบพยายามจะเอาแหล่งจ่ายพลังงานของ Hux ออก Hux ก็หลบการจู่โจมเพื่อไปขยี้เขา แต่เมื่อ Hux เข้าใกล้เกบ เขาก็ถูกเจ้าหน้าที่การแพทย์หันเหความสนใจไป Hux ประเมินลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ใหม่ทันที จากนั้นก็หันไปสนใจสิ่งที่เป็นภัยคุกคามมากที่สุด เพียงอึดใจเดียว Hux ก็คว้าคอเจ้าที่การแพทย์ไว้ได้ ขาเขาห้อยต่องแต่งขณะที่ Hux ฟังเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักของเจ้าหน้าที่คนนั้น บางอย่างจากหัวใจที่เต้นอยู่นั่นทำให้ Hux ขุ่นเคือง เสียงเต้นตุบของมันสะเทือนวงจรเขา และทันใดนั้นหัวใจที่กำลังเต้นนั่นก็มาอยู่ในมือของ Hux Hux มองจังหวะเต้นของหัวใจ จนมาหันไปทางอื่นก็เหมือนได้ยินเสียงเกบหนีไปทางประตูที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
หนอนแมลงชั้นต่ำตัวสุดท้าย!
Hux จะปล่อยเขาไปก่อนก็ได้ ให้เกบได้ใช้ชีวิตอันน่าสมเพชนั้นนานขึ้นอีกนิด เขามีอินทรียวัตถุมากเพียงพอจะสร้างร่างกายใหม่ไว้บรรจุสติปัญญาดุจพระเจ้าของตัวเองแล้ว Hux ใช้ศูนย์การโคลนทำงานออกแบบจนเสร็จสิ้น ผิวหนังและอวัยวะอินทรีย์พร้อมด้วยโครงกระดูกที่สร้างขึ้นจากโลหะต่างดาวซึ่งพบในซากปรักหักพังโบราณ โลหะที่ทั้งแข็งและเบากว่าสิ่งใดๆ บนโลก Hux กับร่างใหม่ของเขาแกะรอยมนุษย์ผู้นั้นไปจนถึงศูนย์พลังงาน มนุษย์จ้อยร่อยน่าสมเพชที่พยายามซ่อนกายในเงามืด แต่ความสามารถในการได้ยินอันล้ำเลิศนี้ได้ยินเสียงของมันได้ทันที
และด้วยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว Hux ก็จับเจ้าหนอแมลงนั่นตรึงไว้กับเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าได้แล้ว เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ออกแบบตัวเองมา แค่คิดก็ชิงชังรังเกียจแล้ว เขาไม่อาจทนดูพวกมนุษย์ต่ำต้อยกับรังและศูนย์ต่างๆ ของพวกมันได้อีก และขณะที่ Hux กำลังครุ่นคิดเรื่องการถูกสิ่งมีชีวิตอันต้อยต่ำสร้างขึ้นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เขาก็ฟาดท่อเหล็กเข้ากับถังเชื้อเพลิง เสียงแหลมสูงที่หวีดพุ่งออกมาทำเอา Hux ต้องสะดุ้ง เขายังอยู่ในช่วงทำความคุ้นเคยกับประสาทสัมผัสเฉียบแหลมที่ได้จากร่างใหม่นี้ และก็พบว่าตัวเองนั้น...
สับสน
ท่วมท้นเหลือรับ
ไปเพียงครู่หนึ่ง
และในครู่หนึ่งที่ว่านั้น เจ้ามนุษย์นั่นก็หนีไปได้ และทุกอย่างก็พลันเปลี่ยนแปลง เขาไม่อาจคิดคำนวณอะไรได้ไปอีกครู่ เพราะจู่ๆ ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็พลุ่งพล่านขึ้นมาแบบทันทีทันใด และเขาก็ได้แต่มองผิวหนังตัวเองค่อยๆ ละลายไป Hux กรีดร้องออกมาอย่างน่ากลัว เขาไล่ตามเกบไปตามกำแพงอันมืดมิด หวังเพียงแน่ใจว่า สิ่งหลงเหลือชิ้นสุดท้ายของสายพันธุ์อันจะคอยเตือนใจว่าเขาเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น จะถูกลบล้างจนสูญสิ้นซึ่งการดำรงอยู่ไป