เดอะสกัลเมอร์แชนต์
Base Info
- Chapterบท Tools of Torment
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
เดอะสกัลเมอร์แชนต์เป็นฆาตกรแนวใช้ยุทธวิธี เธอสามารถปล่อยโดรนไปตรวจจับเป้าหมาย และทำให้เป้าหมายอ่อนกำลังลงได้
Perk ประจำตัว เธอคือ เริ่มได้, ฟาด! และใช้ประโยชน์ ทำให้เธอได้สถานะเร่งรีบจากการไล่ตามผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย, บังคับให้ผู้รอดชีวิตกรีดร้องเมื่อเธอทำลายกำแพงหรือแท่นไม้ และยิ่งจับผู้รอดชีวิตแขวนตะขอบ่อยขึ้น ความเร็วในการรักษาของพวกเขาก็ยิ่งลดลง
Perk ประจำตัว เธอคือ เริ่มได้, ฟาด! และใช้ประโยชน์ ทำให้เธอได้สถานะเร่งรีบจากการไล่ตามผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย, บังคับให้ผู้รอดชีวิตกรีดร้องเมื่อเธอทำลายกำแพงหรือแท่นไม้ และยิ่งจับผู้รอดชีวิตแขวนตะขอบ่อยขึ้น ความเร็วในการรักษาของพวกเขาก็ยิ่งลดลง
Skill
ดวงตาบนท้องฟ้า
เดอะสกัลเมอร์แชนต์ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนเนื้อหามืดหม่นของพ่อตัวเอง เธอล่าเหยื่ออย่างไม่ลดละด้วยเทคโนโลยีสอดส่องตัวล่าสุด
เดอะสกัลเมอร์แชนต์จะเริ่มแมตช์พร้อมโดรนหกตัว กดปุ่มพลังเพื่อปล่อยโดรน การเรียกโดรนกลับจะให้สถานะตรวจไม่พบนาน 8 วินาที เมื่อถูกแนวสแกนตรวจพบ ผู้รอดชีวิตจะต้านทานต่อการสแกน และไม่อาจถูกแนวสแกนอื่นตรวจจับได้ไปครู่หนึ่ง
ผู้รอดชีวิตสามารถพยายามแฮ็กโดรนได้ หากแฮ็กไม่สำเร็จ มิเตอร์ล็อคเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นบางส่วน หากแฮ็กสำเร็จ โดรนจะปิดการทำงานนาน 45 วินาที
ความสามารถพิเศษ คือ เรดาร์
กดปุ่มความสามารถเพื่อเปิดเรดาร์มาดูตำแหน่งของผู้รอดชีวิตที่ถูกโดรนตรวจพบและผู้ที่ติดกับดักกรงเล็บสามารถใช้เรดาร์เพื่อเปลี่ยนทิศทางการหมุนตัวของโดรนหรือเพื่อเรียกโดรนกลับได้
ถ้าผู้รอดชีวิตถูกโดรนตรวจจับได้หลังปล่อยออกไปไม่นานหรือเปลี่ยนทิศทาง เดอะสกัลเมอร์แชนต์จะได้สถานะเร่งรีบ 5% นาน 8 วินาที.
เอฟเฟกต์พิเศษ:เอฟเฟกต์พิเศษ:เอฟเฟกต์พิเศษ: ล็อคเป้าหมาย
มิเตอร์ล็อคเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นเมื่อถูกโดรนสแกนพบและเมื่อปิดการทำงานของโดรนไม่สำเร็จ เมื่อมิเตอร์เต็มแล้ว ผู้รอดชีวิตจะติดกับดักกรงเล็บ ได้รับบาดเจ็บ และติดเอฟเฟกต์สถานะผุพัง การสแกนเพิ่มเติมจะให้เอฟเฟกต์สถานะถูกกีดขวาง 8% เป็นเวลาสั้นๆ
กับดักกรงเล็บจะส่งตำแหน่งของผู้รอดชีวิตให้ฆาตกรเห็นไปจนกว่าแบตเตอรี่จะหมด
เดอะสกัลเมอร์แชนต์จะเริ่มแมตช์พร้อมโดรนหกตัว กดปุ่มพลังเพื่อปล่อยโดรน การเรียกโดรนกลับจะให้สถานะตรวจไม่พบนาน 8 วินาที เมื่อถูกแนวสแกนตรวจพบ ผู้รอดชีวิตจะต้านทานต่อการสแกน และไม่อาจถูกแนวสแกนอื่นตรวจจับได้ไปครู่หนึ่ง
ผู้รอดชีวิตสามารถพยายามแฮ็กโดรนได้ หากแฮ็กไม่สำเร็จ มิเตอร์ล็อคเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นบางส่วน หากแฮ็กสำเร็จ โดรนจะปิดการทำงานนาน 45 วินาที
ความสามารถพิเศษ คือ เรดาร์
กดปุ่มความสามารถเพื่อเปิดเรดาร์มาดูตำแหน่งของผู้รอดชีวิตที่ถูกโดรนตรวจพบและผู้ที่ติดกับดักกรงเล็บสามารถใช้เรดาร์เพื่อเปลี่ยนทิศทางการหมุนตัวของโดรนหรือเพื่อเรียกโดรนกลับได้
ถ้าผู้รอดชีวิตถูกโดรนตรวจจับได้หลังปล่อยออกไปไม่นานหรือเปลี่ยนทิศทาง เดอะสกัลเมอร์แชนต์จะได้สถานะเร่งรีบ 5% นาน 8 วินาที.
เอฟเฟกต์พิเศษ:เอฟเฟกต์พิเศษ:เอฟเฟกต์พิเศษ: ล็อคเป้าหมาย
มิเตอร์ล็อคเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นเมื่อถูกโดรนสแกนพบและเมื่อปิดการทำงานของโดรนไม่สำเร็จ เมื่อมิเตอร์เต็มแล้ว ผู้รอดชีวิตจะติดกับดักกรงเล็บ ได้รับบาดเจ็บ และติดเอฟเฟกต์สถานะผุพัง การสแกนเพิ่มเติมจะให้เอฟเฟกต์สถานะถูกกีดขวาง 8% เป็นเวลาสั้นๆ
กับดักกรงเล็บจะส่งตำแหน่งของผู้รอดชีวิตให้ฆาตกรเห็นไปจนกว่าแบตเตอรี่จะหมด
Story
แอเดรียนา อิมาอิ มหาเศรษฐีผู้สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง มาจากครอบครัวสมถะในเมืองโฟร์ตาเลซาของประเทศบราซิล เซตะผู้เป็นพ่อของเธอ เป็นคนหนุ่มที่ย้ายมาอยู่ประเทศบราซิลด้วยความหวังจะเห็นโลกอีกด้าน ซึ่งแตกต่างจากฮอกไกโดที่เป็นบ้านเกิดของตัวเองอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นนักวาดภาพประกอบผู้มีพรสวรรค์ เวลาว่างที่มีนั้นหมดไปกับการออกแบบตัวละครและโลกที่มีสีสันสดใส
ระหว่างที่กำลังสเกตช์ภาพลูกค้าที่แจ๊ซคลับในท้องถิ่น เบลินดาซึ่งเป็นเจ้าของคลับก็มาติดต่อให้เขาทำโลโก้ให้ ซึ่งเพียงไม่นาน ความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ณ ตอนเริ่มแรก ก็ก่อกลายเป็นความรัก และเมื่อเวลาผ่านไปได้สองปี เอเดรียนาก็ถือกำเนิดขึ้นมา
เอเดรียนามีความเป็นเลิศทางการศึกษาในทุกด้าน บ้านที่เต็มไปด้วยศิลปะและเสียงดนตรีขัดเกลาให้เธอฉลาดเปราดเปรื่อง และสติปัญญาของเอเดรียนาเป็นรองก็แค่ความปรารถนาจะเป็นที่หนึ่งของตัวเองเท่านั้น แม้จะได้คะแนนสูงสุดในทุกวิชา แต่เธอก็อยู่ในฝั่งที่ต้องรับโทษทางวินัยเสมอ ซึ่งก็เพราะนิสัยที่ชอบการแข่งขันมากเกินไป และบางครั้งก็ถึงขั้นใช้ความรุนแรง เวลาแข่งกีฬาโรงเรียน
แม่ของแอเดรียนาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เธอออกนอกทาง แต่พ่อของเธอนั้นกลับยิ่งหายหน้าหายตา เมื่อความหมกมุ่นส่วนตัวของตัวเองเพิ่มพูน อาดิ วาเลนเต หนังสือการ์ตูนที่เซโตะกำลังเขียน มันเป็นเรื่องของเด็กหญิงที่ออกปกป้องคนอ่อนแอร่วมกับหุ่นยนต์นิสัยพิลึกลั่นของเธอ แม้จะต้องทำงานหลายชั่วโมงในโรงงานอาหารกระป๋อง และใช้เวลาว่างในการเขียนการ์ตูนของตัวเอง ยังไงเขาก็ยังเจียดเวลามาเล่าเรื่องภาพวาดจากจินตนาการฟุ้งฝันและเพ้อคลั่งของตัวเองให้ลูกสาวฟังทุกคืน
ในช่วงมัธยมต้นนั้น แอเดรียนาได้เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนหรูหราค่าเทอมแพงเพราะผลการเรียนดี ส่วนเซตะที่ต้องการเงินก็ไปพูดคุยกับสำนักพิมพ์ เพื่อตีพิมพ์ต้นฉบับที่ยังไม่ได้พิมพ์ออกมาของตัวเอง เขาเจอสำนักพิมพ์เล็กๆ ในท้องถิ่นที่จะพิมพ์อาดิ วาเลนเตให้ แต่นั่นก็กลายเป็นว่าเขาต้องเจองานหนักเกินรับมือไหว และในที่สุดเขาก็เสียงานในโรงงานอาหารกระป๋องไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เขามีเวลากับการพัฒนาเนื้อเรื่องและวาดการ์ตูนของตัวเองมากขึ้น
ตัวแอเดรียนานั้นชอบการ์ตูนนั่นอยู่ แต่ครอบครัวของเธอกำลังตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว
ในเทอมสุดท้ายของเธอนั้น เซตะเรียกค่าลิขสิทธิ์สูงขึ้น แต่ทางสำนักพิมพ์ถูกศาลสั่งบริหารจัดการสินทรัพย์ และพวกเขาตัดสินจะเลิกตีพิมพ์การ์ตูนของเซตะ เมื่อไม่อาจจ่ายค่าเทอมได้อีกต่อไป แอเดรียนาก็ต้องออกมาจากสถาบันชั้นนำ ซึ่งตัวเองเคยเป็นที่หนึ่งของชั้น เบลินดาสามารถต่อรองให้เธอเรียนต่อจนจบได้ แต่นักเรียนคนอื่นก็เอาตำแหน่งหัวหน้าห้องของเธอไปเสียแล้ว แอเดรียนาโกรธมาก ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เธอศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับคู่แข่งของตัวเอง บ้านเขาอยู่ไหน เที่ยวที่ไหน ชอบทำอะไรในเวลาว่าง ฟังเพลงอะไร ดูทีวีอะไร ทุกอย่างเลยจริงๆ เธอถึงขั้นแอบตามเขากลับบ้านในเย็นวันหนึ่งของช่วงปลายฤดูร้อน แล้วก็ครุ่นคิดวิธีนานาสารพันที่เธอนั้นจะใช้ทำลายชีวิตเขาได้ไปด้วย และแม้สุดท้ายแล้วแอเรียนาก็ไม่ได้ทำอะไร แต่บางอย่างในตัวก็ตื่นขึ้น และมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกต่อต้านฮีโร่ในเนื้อเรื่องใหม่ที่พ่อกำลังคิดอยู่
เซตะยิ่งปลีกวิเวกไปอยู่กับตัวเองมากขึ้น และเขาก็เริ่มพัฒนาการ์ตูนเรื่องใหม่ที่มืดหม่นกว่าเดิมเรื่องนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจากนิมิตและฝันร้ายของตัวเอง มันเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ออกล่าคว้านท้องคนอ่อนแอในดินแดนฝันร้ายด้วยโดรนที่ทำจากกะโหลกและกระดูก ชื่อของการ์ตูนที่ว่าคือซนนาโดเรส ซอมบริโอส์ แต่เขาขายไม่ได้ และนั่นทำให้ทั้งบ้านต้องพึ่งพารายได้ของเบลินดาเพียงผู้เดียว
ด้านแอเดรียนานั้น ความที่ต้องหาทางหาเงินด้วยตัวเอง ก็ทำให้เธอทำเว็บไซต์สำหรับหนังสือการ์ตูนบราซิลโดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวก็ดังเป็นพลุแตกอย่างรวดเร็ว แล้วก็เริ่มมีรายได้จาดค่าโฆษณา กระนั้น แอเดรียนาก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้สนใจจะเขียนเนื้อหาลงในนั้นอย่างจริงจังแต่อย่างใด เธอก็เลยหว่านล้อมให้เด็กคนอื่นๆ เขียนให้ ในขณะที่เงินก็หลั่งไหลเข้ามา และในทันทีที่มีคนมาเสนอซื้อเว็บไซต์นั่น เธอก็ขายมันทันที และไม่เหลียวกลับไปมองอีกเลย
แอเดรียนาเอาเช็คกลับบ้านมาอวดพ่อแม่ด้วยความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตัวเอง กระนั้น เธอก็ไม่มีโอกาสได้ให้พ่อดู เขาออกจากบ้านไปในเช้าวันนั้นแล้วไม่กลับมาอีกเลย ที่ทิ้งไว้มีเพียงต้นฉบับที่ไม่ได้ตีพิมพ์ปึกใหญ่ มันเป็นเรื่องราวของพ่อค้าหัวกะโหลกผู้ออกล่าคนที่เธอเห็นว่าคู่ควรอย่างไร้ความปรานี
แอเดรียนาเริ่มหาความรู้จากในห้องสมุดเพื่อช่วยเหลือแม่ เธอเรียนรู้เรื่องการลงทุนและเศรษฐศาสตร์ด้วยตัวเอง จนในที่สุดก็ทำเงินเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าได้ พอถึงอายุ 18 ทั้งที่เรียนไม่จบมัธยมปลาย แต่เธอก็กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยมาด้วยน้ำพักน้ำแรกตัวเองไปแล้ว และเมื่อเรื่องราวของนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยนี้แพร่ไปทั่วบราซิล ก็เปิดโอกาสสู่สิ่งต่างๆ มากมายให้เธอ
เพียงไม่นาน เธอก็มีเงินแบบที่มากพอให้ซื้อบริษัทเล็กๆ บริษัทที่เธอจะรื้อไส้ใน เอาแรงงานที่ไม่มีสหภาพมาแทนที่ แล้วก็ขายทำกำไร สิ่งเดียวที่เธอทำยามพักจากการหมกมุ่นเรื่องบริษัทก็คือการอ่านต้นฉบับของพ่ออย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยพยายามทำความเข้าใจโลกอันน่าขนลุกที่เขาสร้างขึ้น
พออายุ 20 กลางๆ เธอก็ซื้อบริษัทมาขายเป็นประจำ ระหว่างที่กำลังจะปิดงานบริษัทอสังหาริมทัพย์ สมาชิกคณะกรรมการสองคนก็ยับยั้งการขาย โดยชี้ประเด็นไปยังเบาะแสเรื่องปัญหาที่เธอก่อไว้จากการคว้านไส้ในบริษัท แอเดรียนาโมโหมาก เธอใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อหาว่าใครที่แข็งข้อ แต่เมื่อหาเจอแล้ว เธอก็คิดว่าการทำร้ายพวกเขาจะให้ความรู้สึกอย่างไร
เธอค้นคว้าข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับผู้อำนวยการพวกนั้น แอบติดตามพวกเขาทุกอย่างก้าว จัดการให้พวกเขาไปเข้าประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์ และระหว่างพักผ่อนกันที่เทือกเขาแอลป์ เธอก็ลงมือ ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องพ่อค้าหัวกะโหลก และรู้สึกว่าอะไรบางอย่างภายในกระหายจะแสดงตัวออกมา เธอใช้โดรนต้นแบบติดตามพวกเขา แล้วใช้อาวุธสองใบมีดเชือดพวกเขาเป็นชิ้นๆ อารมณ์และอะดรีนาลินที่พลุ่งพล่านในยามนั้นไม่เหมือนอะไรที่เธอเคยสัมผัสมาก่อนทั้งสิ้น แล้วบริษัทนั้นก็กลายเป็นของเธอ!
และดังนั้น วัฏจักรของความไม่สงบจึงได้เริ่มต้นขึ้น เข้าครองธุรกิจหนึ่งอย่างว่องไว ทำลายใครก็ตามที่ขัดขวาง แล้วคว้านไส้ในของบริษัทนั้นทิ้งเพื่อทำกำไรสูงสุด เธอมุ่งเป้าไปยังบริษัทซึ่งมีซีอีโอฝีมือฉกาจ โดยหวังว่าจะทำให้ได้สัมผัสกับความท้าทาย แต่ก็ไม่เคยพบเลย พวกเขาก็แค่ "หายไป" อยากแปลกประหลาด
ผู้จัดการของบริษัทดอกไม้ไฟแห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่อง "ทัวร์เอาชีวิตรอด" ของเขาคือเป้าหมายสุดท้ายของเธอ และอยู่ในบ้านเกิดของเธอที่บราซิล
ทัวร์เอาชีวิตรอด... เป็นหน้าฉากที่เหมาะสมจริงๆ
แอเดรียนาล่อเขาไปยังโรงจอดเรือเหาะที่ปลดประจำการแล้ว
การล่าเริ่มต้นตอนรุ่งสางและทอดยาวไปไกล โดยที่เธอสะกดรอยตามเขาไปจนเย็น เมื่อพบเขาแล้ว เธอก็ใช้โดรนตัวหนึ่งนำทางเขาไปยังทางตัน แต่แล้วจู่ๆ ก็มีว่าวสองตัวโผล่ขึ้นมาในกล้อง แล้วภาพก็ตัดไป เธอหน้าบึ้ง ดวงตาเบิกโพลงอย่างไม่อยากเชื่อ แอเดรียนาปิดแล็ปท็อปโครมแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่โดรนตกทันที แล้วเธอก็พบว่าเหยื่อของตัวเองกำลังพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือขณะที่ความมืดมิดค่อยๆ หนาตัวขึ้น
พยาน
ไม่เป็นไปตามแผน!
เธอไม่ยอมเสียเวลาแม้วินาทีเดียว เสือกมีดใส่ท้องเขา แผลเหวอะนั้นเผยให้เห็นเนื้อ กระดูก และหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น ร่างสิ้นสภาพนั้นซัดเซไปมา สาดละอองสีแดงปกคลุมเหนือใบหญ้าสีเขียว เมื่อเหยื่อทรุดฮวบลงแล้ว เธอก็หันไปหาพยานวัยเยาว์ ผิดที่ผิดเวลาเสียจริง พวกนั้นวิ่งหนีสุดชีวิต เธอไล่ตามไป ใบมีดยังกระหายเลือดไม่สิ้น มวลหมู่แกมไม้เขียวชะอุ่มหลอมละลายไปในสายหมอกหนาสีดำ ชีวิตจริงผิดเพี้ยนไปเป็นอื่นที่คล้ายซนนาโดเรส ซอมบริโอส์ รอยแสยะยิ้มวิปริตเปื้อนใบหน้ายามเธอทะยานไปข้างหน้าเพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต
ระหว่างที่กำลังสเกตช์ภาพลูกค้าที่แจ๊ซคลับในท้องถิ่น เบลินดาซึ่งเป็นเจ้าของคลับก็มาติดต่อให้เขาทำโลโก้ให้ ซึ่งเพียงไม่นาน ความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ณ ตอนเริ่มแรก ก็ก่อกลายเป็นความรัก และเมื่อเวลาผ่านไปได้สองปี เอเดรียนาก็ถือกำเนิดขึ้นมา
เอเดรียนามีความเป็นเลิศทางการศึกษาในทุกด้าน บ้านที่เต็มไปด้วยศิลปะและเสียงดนตรีขัดเกลาให้เธอฉลาดเปราดเปรื่อง และสติปัญญาของเอเดรียนาเป็นรองก็แค่ความปรารถนาจะเป็นที่หนึ่งของตัวเองเท่านั้น แม้จะได้คะแนนสูงสุดในทุกวิชา แต่เธอก็อยู่ในฝั่งที่ต้องรับโทษทางวินัยเสมอ ซึ่งก็เพราะนิสัยที่ชอบการแข่งขันมากเกินไป และบางครั้งก็ถึงขั้นใช้ความรุนแรง เวลาแข่งกีฬาโรงเรียน
แม่ของแอเดรียนาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เธอออกนอกทาง แต่พ่อของเธอนั้นกลับยิ่งหายหน้าหายตา เมื่อความหมกมุ่นส่วนตัวของตัวเองเพิ่มพูน อาดิ วาเลนเต หนังสือการ์ตูนที่เซโตะกำลังเขียน มันเป็นเรื่องของเด็กหญิงที่ออกปกป้องคนอ่อนแอร่วมกับหุ่นยนต์นิสัยพิลึกลั่นของเธอ แม้จะต้องทำงานหลายชั่วโมงในโรงงานอาหารกระป๋อง และใช้เวลาว่างในการเขียนการ์ตูนของตัวเอง ยังไงเขาก็ยังเจียดเวลามาเล่าเรื่องภาพวาดจากจินตนาการฟุ้งฝันและเพ้อคลั่งของตัวเองให้ลูกสาวฟังทุกคืน
ในช่วงมัธยมต้นนั้น แอเดรียนาได้เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนหรูหราค่าเทอมแพงเพราะผลการเรียนดี ส่วนเซตะที่ต้องการเงินก็ไปพูดคุยกับสำนักพิมพ์ เพื่อตีพิมพ์ต้นฉบับที่ยังไม่ได้พิมพ์ออกมาของตัวเอง เขาเจอสำนักพิมพ์เล็กๆ ในท้องถิ่นที่จะพิมพ์อาดิ วาเลนเตให้ แต่นั่นก็กลายเป็นว่าเขาต้องเจองานหนักเกินรับมือไหว และในที่สุดเขาก็เสียงานในโรงงานอาหารกระป๋องไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เขามีเวลากับการพัฒนาเนื้อเรื่องและวาดการ์ตูนของตัวเองมากขึ้น
ตัวแอเดรียนานั้นชอบการ์ตูนนั่นอยู่ แต่ครอบครัวของเธอกำลังตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว
ในเทอมสุดท้ายของเธอนั้น เซตะเรียกค่าลิขสิทธิ์สูงขึ้น แต่ทางสำนักพิมพ์ถูกศาลสั่งบริหารจัดการสินทรัพย์ และพวกเขาตัดสินจะเลิกตีพิมพ์การ์ตูนของเซตะ เมื่อไม่อาจจ่ายค่าเทอมได้อีกต่อไป แอเดรียนาก็ต้องออกมาจากสถาบันชั้นนำ ซึ่งตัวเองเคยเป็นที่หนึ่งของชั้น เบลินดาสามารถต่อรองให้เธอเรียนต่อจนจบได้ แต่นักเรียนคนอื่นก็เอาตำแหน่งหัวหน้าห้องของเธอไปเสียแล้ว แอเดรียนาโกรธมาก ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เธอศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับคู่แข่งของตัวเอง บ้านเขาอยู่ไหน เที่ยวที่ไหน ชอบทำอะไรในเวลาว่าง ฟังเพลงอะไร ดูทีวีอะไร ทุกอย่างเลยจริงๆ เธอถึงขั้นแอบตามเขากลับบ้านในเย็นวันหนึ่งของช่วงปลายฤดูร้อน แล้วก็ครุ่นคิดวิธีนานาสารพันที่เธอนั้นจะใช้ทำลายชีวิตเขาได้ไปด้วย และแม้สุดท้ายแล้วแอเรียนาก็ไม่ได้ทำอะไร แต่บางอย่างในตัวก็ตื่นขึ้น และมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกต่อต้านฮีโร่ในเนื้อเรื่องใหม่ที่พ่อกำลังคิดอยู่
เซตะยิ่งปลีกวิเวกไปอยู่กับตัวเองมากขึ้น และเขาก็เริ่มพัฒนาการ์ตูนเรื่องใหม่ที่มืดหม่นกว่าเดิมเรื่องนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจากนิมิตและฝันร้ายของตัวเอง มันเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ออกล่าคว้านท้องคนอ่อนแอในดินแดนฝันร้ายด้วยโดรนที่ทำจากกะโหลกและกระดูก ชื่อของการ์ตูนที่ว่าคือซนนาโดเรส ซอมบริโอส์ แต่เขาขายไม่ได้ และนั่นทำให้ทั้งบ้านต้องพึ่งพารายได้ของเบลินดาเพียงผู้เดียว
ด้านแอเดรียนานั้น ความที่ต้องหาทางหาเงินด้วยตัวเอง ก็ทำให้เธอทำเว็บไซต์สำหรับหนังสือการ์ตูนบราซิลโดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวก็ดังเป็นพลุแตกอย่างรวดเร็ว แล้วก็เริ่มมีรายได้จาดค่าโฆษณา กระนั้น แอเดรียนาก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้สนใจจะเขียนเนื้อหาลงในนั้นอย่างจริงจังแต่อย่างใด เธอก็เลยหว่านล้อมให้เด็กคนอื่นๆ เขียนให้ ในขณะที่เงินก็หลั่งไหลเข้ามา และในทันทีที่มีคนมาเสนอซื้อเว็บไซต์นั่น เธอก็ขายมันทันที และไม่เหลียวกลับไปมองอีกเลย
แอเดรียนาเอาเช็คกลับบ้านมาอวดพ่อแม่ด้วยความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตัวเอง กระนั้น เธอก็ไม่มีโอกาสได้ให้พ่อดู เขาออกจากบ้านไปในเช้าวันนั้นแล้วไม่กลับมาอีกเลย ที่ทิ้งไว้มีเพียงต้นฉบับที่ไม่ได้ตีพิมพ์ปึกใหญ่ มันเป็นเรื่องราวของพ่อค้าหัวกะโหลกผู้ออกล่าคนที่เธอเห็นว่าคู่ควรอย่างไร้ความปรานี
แอเดรียนาเริ่มหาความรู้จากในห้องสมุดเพื่อช่วยเหลือแม่ เธอเรียนรู้เรื่องการลงทุนและเศรษฐศาสตร์ด้วยตัวเอง จนในที่สุดก็ทำเงินเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าได้ พอถึงอายุ 18 ทั้งที่เรียนไม่จบมัธยมปลาย แต่เธอก็กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยมาด้วยน้ำพักน้ำแรกตัวเองไปแล้ว และเมื่อเรื่องราวของนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยนี้แพร่ไปทั่วบราซิล ก็เปิดโอกาสสู่สิ่งต่างๆ มากมายให้เธอ
เพียงไม่นาน เธอก็มีเงินแบบที่มากพอให้ซื้อบริษัทเล็กๆ บริษัทที่เธอจะรื้อไส้ใน เอาแรงงานที่ไม่มีสหภาพมาแทนที่ แล้วก็ขายทำกำไร สิ่งเดียวที่เธอทำยามพักจากการหมกมุ่นเรื่องบริษัทก็คือการอ่านต้นฉบับของพ่ออย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยพยายามทำความเข้าใจโลกอันน่าขนลุกที่เขาสร้างขึ้น
พออายุ 20 กลางๆ เธอก็ซื้อบริษัทมาขายเป็นประจำ ระหว่างที่กำลังจะปิดงานบริษัทอสังหาริมทัพย์ สมาชิกคณะกรรมการสองคนก็ยับยั้งการขาย โดยชี้ประเด็นไปยังเบาะแสเรื่องปัญหาที่เธอก่อไว้จากการคว้านไส้ในบริษัท แอเดรียนาโมโหมาก เธอใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อหาว่าใครที่แข็งข้อ แต่เมื่อหาเจอแล้ว เธอก็คิดว่าการทำร้ายพวกเขาจะให้ความรู้สึกอย่างไร
เธอค้นคว้าข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับผู้อำนวยการพวกนั้น แอบติดตามพวกเขาทุกอย่างก้าว จัดการให้พวกเขาไปเข้าประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์ และระหว่างพักผ่อนกันที่เทือกเขาแอลป์ เธอก็ลงมือ ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องพ่อค้าหัวกะโหลก และรู้สึกว่าอะไรบางอย่างภายในกระหายจะแสดงตัวออกมา เธอใช้โดรนต้นแบบติดตามพวกเขา แล้วใช้อาวุธสองใบมีดเชือดพวกเขาเป็นชิ้นๆ อารมณ์และอะดรีนาลินที่พลุ่งพล่านในยามนั้นไม่เหมือนอะไรที่เธอเคยสัมผัสมาก่อนทั้งสิ้น แล้วบริษัทนั้นก็กลายเป็นของเธอ!
และดังนั้น วัฏจักรของความไม่สงบจึงได้เริ่มต้นขึ้น เข้าครองธุรกิจหนึ่งอย่างว่องไว ทำลายใครก็ตามที่ขัดขวาง แล้วคว้านไส้ในของบริษัทนั้นทิ้งเพื่อทำกำไรสูงสุด เธอมุ่งเป้าไปยังบริษัทซึ่งมีซีอีโอฝีมือฉกาจ โดยหวังว่าจะทำให้ได้สัมผัสกับความท้าทาย แต่ก็ไม่เคยพบเลย พวกเขาก็แค่ "หายไป" อยากแปลกประหลาด
ผู้จัดการของบริษัทดอกไม้ไฟแห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่อง "ทัวร์เอาชีวิตรอด" ของเขาคือเป้าหมายสุดท้ายของเธอ และอยู่ในบ้านเกิดของเธอที่บราซิล
ทัวร์เอาชีวิตรอด... เป็นหน้าฉากที่เหมาะสมจริงๆ
แอเดรียนาล่อเขาไปยังโรงจอดเรือเหาะที่ปลดประจำการแล้ว
การล่าเริ่มต้นตอนรุ่งสางและทอดยาวไปไกล โดยที่เธอสะกดรอยตามเขาไปจนเย็น เมื่อพบเขาแล้ว เธอก็ใช้โดรนตัวหนึ่งนำทางเขาไปยังทางตัน แต่แล้วจู่ๆ ก็มีว่าวสองตัวโผล่ขึ้นมาในกล้อง แล้วภาพก็ตัดไป เธอหน้าบึ้ง ดวงตาเบิกโพลงอย่างไม่อยากเชื่อ แอเดรียนาปิดแล็ปท็อปโครมแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่โดรนตกทันที แล้วเธอก็พบว่าเหยื่อของตัวเองกำลังพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือขณะที่ความมืดมิดค่อยๆ หนาตัวขึ้น
พยาน
ไม่เป็นไปตามแผน!
เธอไม่ยอมเสียเวลาแม้วินาทีเดียว เสือกมีดใส่ท้องเขา แผลเหวอะนั้นเผยให้เห็นเนื้อ กระดูก และหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น ร่างสิ้นสภาพนั้นซัดเซไปมา สาดละอองสีแดงปกคลุมเหนือใบหญ้าสีเขียว เมื่อเหยื่อทรุดฮวบลงแล้ว เธอก็หันไปหาพยานวัยเยาว์ ผิดที่ผิดเวลาเสียจริง พวกนั้นวิ่งหนีสุดชีวิต เธอไล่ตามไป ใบมีดยังกระหายเลือดไม่สิ้น มวลหมู่แกมไม้เขียวชะอุ่มหลอมละลายไปในสายหมอกหนาสีดำ ชีวิตจริงผิดเพี้ยนไปเป็นอื่นที่คล้ายซนนาโดเรส ซอมบริโอส์ รอยแสยะยิ้มวิปริตเปื้อนใบหน้ายามเธอทะยานไปข้างหน้าเพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต