เดอะทวินส์
Base Info
- Chapterบท A Binding of Kin
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
ฆาตกรคู่ผู้ร่วมมือกัน สามารถแยกตัวล่าด้วยกันโดยใช้พลังพันธะเลือดของพวกเขา
Perk ประจำตัว คือ คนบ้าเก็บ, การกดขี่ และปลิดชีวิต ทำให้พวกเขาสามารถติดตามการกระทำต่างๆ ของผู้รอดชีวิต ขัดขวางความคืบหน้า และล่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Perk ประจำตัว คือ คนบ้าเก็บ, การกดขี่ และปลิดชีวิต ทำให้พวกเขาสามารถติดตามการกระทำต่างๆ ของผู้รอดชีวิต ขัดขวางความคืบหน้า และล่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Skill
พันธะเลือด
แม้จะผูกพันกันชั่วนิรันดร์ด้วยเลือดและความเจ็บปวด เดอะทวินส์ก็ได้รับพลังที่ทำให้แยกตัวออกจากร่างที่ใช้ร่วมกันได้ แล้วทั้งคู่ก็จะกลายเป็นพี่สาวและน้องชายที่ช่วยกันไล่ล่าผู้รอดชีวิต ทำให้อันตรายขึ้นเป็นสองเท่า
พันธะเลือด
กดปุ่มพลังค้างเพื่อปล่อยวิกตอร์ออกไป สลับการควบคุมระหว่างชาร์ลอตต์กับวิกตอร์ด้วยการแตะปุ่มความสามารถ
เมื่อวิกตอร์อยู่คนเดียว สัญชาตญาณฆาตกรจะทำงาน ทำให้ชาร์ลอตต์เห็นโครงร่างของผู้รอดชีวิตที่กำลังเดินหรือวิ่งอยู่ใกล้ๆ เขา ผู้รอดชีวิตที่ได้ยินเสียงร้องของวิกตอร์จะจิตใจอ่อนแอขึ้นมา กระนั้น ระหว่างที่ชาร์ลอตต์ถูกควบคุมอยู่ ผู้รอดชีวิตก็สามารถทำลายวิกตอร์ได้
ถ้าวิกตอร์ถูกทำลายขึ้นมา หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก ก็จะไปงอกบนตัวชาร์ลอตต์อีกครั้ง
การโจมตีพิเศษ คือ ตะครุบ
ระหว่างควบคุมวิกตอร์ ให้กดปุ่มความสามารถค้างเพื่อชาร์จตะครุบ จากนั้นแตะปุ่มโจมตีเพื่อใช้ความสามารถ
การตะครุบได้สำเร็จจะสร้างความเสียหายให้ผู้รอดชีวิต หากผู้รอดชีวิตอยู่ในสภาพแข็งแรงดี วิกตอร์ก็จะเกาะอยู่บนตัวผู้รอดชีวิต สัญชาตญาณฆาตกรจะทำงานแล้วเผยตำแหน่งผู้รอดชีวิตทุกคนที่อยู่แถวนั้น ระหว่งที่วิกตอร์เกาะอยู่ ผู้รอดชีวิตจะติดสถานะผุพัง, ไม่รู้ตัว และทุพพลภาพ พวกเขาจะเข้าตู้ล็อกเกอร์หรือผ่านประตูทางออกไม่ได้ ขณะที่วิกตอร์เกาะผู้รอดชีวิตอยู่ ผู้รอดชีวิตสามารถบดขยี้เขาได้ด้วยการทำแอ็กชันเอาออกให้สำเร็จ
ถ้าวิกตอร์ตะครุบพลาด เขาจะอ่อนแอไปชั่วขณะหนึ่ง และผู้รอดชีวิตสามารถขยี้เขาได้ ถ้าวิกเตอร์กระโจนตะครุบลงบนสิ่งกีดขวางที่สูงกว่าตัวเอง เขาก็จะถูกทำลาย
พันธะเลือด
กดปุ่มพลังค้างเพื่อปล่อยวิกตอร์ออกไป สลับการควบคุมระหว่างชาร์ลอตต์กับวิกตอร์ด้วยการแตะปุ่มความสามารถ
เมื่อวิกตอร์อยู่คนเดียว สัญชาตญาณฆาตกรจะทำงาน ทำให้ชาร์ลอตต์เห็นโครงร่างของผู้รอดชีวิตที่กำลังเดินหรือวิ่งอยู่ใกล้ๆ เขา ผู้รอดชีวิตที่ได้ยินเสียงร้องของวิกตอร์จะจิตใจอ่อนแอขึ้นมา กระนั้น ระหว่างที่ชาร์ลอตต์ถูกควบคุมอยู่ ผู้รอดชีวิตก็สามารถทำลายวิกตอร์ได้
ถ้าวิกตอร์ถูกทำลายขึ้นมา หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก ก็จะไปงอกบนตัวชาร์ลอตต์อีกครั้ง
การโจมตีพิเศษ คือ ตะครุบ
ระหว่างควบคุมวิกตอร์ ให้กดปุ่มความสามารถค้างเพื่อชาร์จตะครุบ จากนั้นแตะปุ่มโจมตีเพื่อใช้ความสามารถ
การตะครุบได้สำเร็จจะสร้างความเสียหายให้ผู้รอดชีวิต หากผู้รอดชีวิตอยู่ในสภาพแข็งแรงดี วิกตอร์ก็จะเกาะอยู่บนตัวผู้รอดชีวิต สัญชาตญาณฆาตกรจะทำงานแล้วเผยตำแหน่งผู้รอดชีวิตทุกคนที่อยู่แถวนั้น ระหว่งที่วิกตอร์เกาะอยู่ ผู้รอดชีวิตจะติดสถานะผุพัง, ไม่รู้ตัว และทุพพลภาพ พวกเขาจะเข้าตู้ล็อกเกอร์หรือผ่านประตูทางออกไม่ได้ ขณะที่วิกตอร์เกาะผู้รอดชีวิตอยู่ ผู้รอดชีวิตสามารถบดขยี้เขาได้ด้วยการทำแอ็กชันเอาออกให้สำเร็จ
ถ้าวิกตอร์ตะครุบพลาด เขาจะอ่อนแอไปชั่วขณะหนึ่ง และผู้รอดชีวิตสามารถขยี้เขาได้ ถ้าวิกเตอร์กระโจนตะครุบลงบนสิ่งกีดขวางที่สูงกว่าตัวเอง เขาก็จะถูกทำลาย
Story
คู่ฝาแฝดตัวติดกัน ชาร์ลอตต์และวิกตอร์ เดซายส์ ก่อเกิดความผูกพันทางอารมณ์อย่างไม่เหมือนใคร อาจเรียกได้ว่าการถือกำเนิดสำเร็จอย่างไม่เหมือนใครของพวกเขาในศตวรรษที่สิบเจ็ดนั้นถือได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ ทว่ามันก็นำมาซึ่งชีวิตที่ต้องทุกข์ทรมานกับการข่มเหงรังแกในทันทีเช่นกัน แฝดคู่นี้เกิดมาโดยร่างกายส่วนล่างของวิกตอร์ติดอยู่กับอกของผู้เป็นพี่สาว ขาของเขาบิดพันรอบกล้ามเนื้อและอวัยวะของเธอ เขาตัวเล็กกว่าชาร์ลอตต์ โตราวกับเขาเป็นเพียงส่วนเกินของร่างกายเธอมากกว่าเป็นเด็กชายเต็มตัว ยามพวกเขากรีดร้องเมื่อแรกเกิด หมอตำแยที่ทำคลอดก็กรีดร้องด้วยเช่นกัน และวิ่งหนีจากไปพลางตะโกนป่าวประกาศว่าแม่มดได้ให้กำเนิดปีศาจออกมา การไล่ล่าชาร์ลอตต์ วิกตอร์ และมาเดอลีนผู้เป็นแม่ของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้น
ปีต่อๆ มานั้นเป็นเพียงความทรงจำชั่วประเดี๋ยวประด๋าวของสองฝาแฝด แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับชีวิตปกติมากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะรู้จักแล้ว การเดินทางไปกับแม่นั้นเป็นสิ่งที่สองเชื่อว่าเด็กที่ไหนก็ทำกัน การหนีและหลบซ่อนไปทั่วชนบทของฝรั่งเศสกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติ เมื่ออายุได้ห้าขวบ การละเล่นอันท้าทายแบบใหม่ก็ปรากฏขึ้นเมื่อแม่ของพวกเขาล้มป่วย ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและเรี่ยวแรงที่สิ้นสูญ มาเดอลีนจึงไม่มีทางเลือกใดนอกจากส่งต่อความรับผิดชอบในการรวบรวมอาหารให้กับชาร์ลอตต์ เด็กหญิงผู้แบกรับภาระอยู่ใต้เสื้อผ้าพิเศษที่ปกปิดร่างกายของวิกตอร์ซึ่งงอกออกมาเอาไว้ออกเดินทางจากเต็นท์ในป่าแล้วแล้วเดินหน้าสู่เมืองใกล้เคียง แม้อะไรๆ จะแปลกตา แต่เธอก็ทำตามที่ฝึกฝนมา รอให้ตลาดเปิดแล้วกวาดอาหารอะไรก็ตามที่กวาดได้ไป มันเป็นชัยชนะในการละเล่น ทว่าก็หาได้ยืนยาวแม้เพียงนิด
หลังเที่ยงคืน แสงไฟเรืองแรงลุกเรื่องขึ้นรอบค่ายพักแรมของครอบครัว เสียงตะโกนสั่งเพียงครั้งเดียวทำลายความเงียบงันของของยามค่ำคืนแล้วฝูงชนของเหล่าผู้ล่าแม่มดก็หลั่งไหลมา มือสกปรกกระชากสองฝาแฝดจากที่นอน มาเดอเรียนร่ำร้องหาลูก พลันเสียงของเธอเงียบลงอย่างฉับพลันทันทีด้วยไม้กระบองซึ่งฟาดเข้ากะโหลก วิกเตอร์กรีดร้องด้วยเสียงโหยหวนอย่างหนูติดกับดัก
พวกนักล่าประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ผู้พิพากษาประกาศความผิดของมาเดอลีนข้อหาใช้เวทมนตร์คาถา โดยมีหลักฐานคือปีศาจที่เธอให้กำเนิด ภายในไม่กี่นาที พวกเขาก็ล่ามร่างไร้สติของเธอไว้กับต้นไม้ เอากิ่งไม้และมอสล้อมรอบเท้าเธอ เมื่อตื่นขึ้นมา มาเดอลีนไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เธอได้แต่ขอให้ลูกๆ มองไปทางอื่น แต่พวกเขาไม่ได้รับโอกาสใด สองฝาแฝดถูกบังคับให้ดูตอนที่คบไฟถูกจุดขึ้น ถูกบังคับให้ดูไฟที่ปลิวติดกระโปรงของแม่ตัวเอง แผดเผาเนื้อหนังของเธอจนไม้เกรียม ทั้งสองจ้องมองไขมันที่หยดจากร่างของแม่ และใบหน้าที่ปูดบวมและบิดเบี้ยวนั่นด้วย พวกเขาจ้องมองจนเสียงกรีดร้องที่ฉีกเส้นเสียงที่ขาดปลาสนาการไป และที่เหลืออยู่ก็เพียงถ้าถ่านคุไฟและกลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียน
อันใดอันเคยสุขมีดีงามล้วนตายไปกับแม่ ทั้งคู่ถูกจับใส่กรงส่งไปยังอารามไม้เก่าแก่ และถูกขายให้กับกลุ่มรับที่ห่มกายด้วยผ้าคลุมสีเข้ม ไม่ว่าใครเข้าใกล้วิกตอร์ก็จะตอบโต้ด้วยความเกรี้ยวกราดของสัตว์ร้ายที่คุ้มคลั่ง ทั้งข่วนทั้งกัด ชาร์ลอตต์ขมขื่นและเกลียดชังทุกคนยกเว้นน้องชายตัวเอง และพลันบังเกิดเจตจำนงในการเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองเขา
ภายในอาราม ทั้งสองต้องพบกับการทดลองอันไม่ปกตินานหลายปี บ้างโหดร้าย อีกหลายก็เพียงทำให้งุนงง วันหนึ่งพวกเขาถูกบังคับให้หักคอนกสีเทาตัวเล็ก วันต่อมาก็ถูกกรีดนิ้วใส่เลือดลงไปในแจกันกุหลาบ และทุกวันที่เจ็ด ทั้งสองต้องนอนโดยมีกิ่งโอ๊กชื้นๆ อยู่ใต้หมอน จากนั้นก็มีเสียงสวดมนต์ เสียงประสานอันไร้จุดจบจากเรือนร่างในผ้าคลุมตามช่วงเวลาที่กำหนด
ในตอนนั้น การทดลองขั้นสุดท้ายก็ได้ถูกวางแผนไว้แล้ว ร่างในชุดคลุมสองร่างต้อนสองฝาแฝดไปยังใจกลางของอาราม จับชาร์ลอตต์ไว้กับแท่นบูชาในห้องที่สว่างไสวด้วยแสงจากเชิงเทียนมากมาย ใบหน้ายับย่นของชายคนหนึ่งปรากฏเลือนรางจากใต้ผ้าคลุมหัวของเขา เขาวางมือลงบนหน้าผากของสองฝาแฝด ตรวจสอบกะโหลกของทั้งคู่อย่างระมัดระวังก่อนจะชักดาบแวววาวออกมาพลางกล่าวว่า เมเมนโต้โมริ
ชาร์ลอตต์กลิ้งไปทางตัวเอง พาร่างน้องชายพ้นจากแท่นบูชา เขากรีดร้องแล้วเหยียดแขนออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อปัดเชิงเทียนลงพื้น ไฟติดไม้แห้งในทันที มันลามไปทั่วพื้น ลุกไหม้ชุดคลุมยาวสีดำที่ปัดมัน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสาหัสแทงทะลุขึ้นมาในความโกลาหล และมันทำให้ชาร์ลอตต์มีเรี่ยวแรงขึ้น เธอพุ่งเข้าหาไฟนรกนั่น ดวงตาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากควันสีดำและเปลวเพลิงที่ลุกโชน ความเจ็บปวดอันหนักหน่วงถาโถมใส่ปอดของเธอ จะหาทางออกเท่าไรก็ไม่พบ ทุกย่างก้าวล้วนนำไปสู่ความร้อนอันเกินทนทาน ชาร์ลอตต์ทรุดเข่าลง หายใจไม่ออก แล้วทันใดนั้นก็พลันเห็น แสงตะวัน ต้นไม้ เธอย่ำเท้าออกจากเปลวเพลิงสู่ยอดหญ้าชุ่มน้ำค้าง ชาร์ลอตต์วิ่งเข้าป่าไปโดยไม่หันกลับมามองจนกระทั่งล้มลง
เมื่อชาร์ลอตต์ลืมตาขึ้น เธอก็เอื้อมไปจับมือวิกตอร์ เขาไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงนิด ร่างของเขาห้อยจากลำตัวของเธออย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เธอจับหน้าเขาแน่น มองลึกไปในดวงตาเศร้าสร้อยที่แน่นิ่งนั่น การเคลื่อนไหวที่เธอเคยชิน ร่างของเขาที่คอยดึงรั้งผิวหนังของเธอ ขาของเขาที่แหย่อยู่กับรูในทรวงอกเธอ บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว วิกตอร์ตายแล้ว
ชาร์ลอตต์ไม่มีทางเลือกนอกจากไปต่อพลางคร่ำครวญด้วยหวาดกลัวว่าพวกุชดคลุมดำกับพวกล่าแม่มดจะกำลังด้อมมอง เธอปกปิดซากศพของน้องชายไว้ใต้เสื้อผ้าแล้วมุ่งหน้าสู่ท่อระบายน้ำบริเวณเมือง เธอตั้งค่ายพักแรมที่นั่น โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ เพื่อขโมยอาหารใดๆ ที่ขโมยได้ ยามสิ้นไร้ไม้ตอกจริงๆ ก็บุกเข้าไปในโรงนาเพื่อขโมยรำหมูเป็นที่พึ่ง หลายปีผ่านไป ซากศพของวิกตอร์เน่าเปื่อย แขนขาของเขากลายเป็นของเหลวสีดำคล้ำ กระนั้นร่างของเขาก็ยังยืนหยัดต่อต้านการเน่าสลาย ราวกับเลือดของพี่สาวยังคงไหลหล่อเลี้ยงในร่างเขา การปกป้องร่างไร้ชีวิตของวิกตอร์กลายเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ชาร์ลอตต์ยังมีชีวิต และเธอปฏิเสธไม่ยอมแยกจากครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่
ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเธอกลายเป็นการแข่งขันเพื่อเอาชีวิตรอด ความชิงชังมนุษย์ของเธอเติบโตขึ้นทุกวันภายใต้ความตระหนักพวกเขาไม่มีวันปล่อยเธอไป ไม่ว่าจะมีกี่คนต้องตายไปในการปล้นชิงอันผิดพลาดและความพยายามหนีอย่างสุดชีวิต ที่เพิ่มขึ้นก็มีแต่การไล่ล่าและถ้อยคำสาปแช่งที่ถ่มถุยใส่ สัตว์ประหลาด ปีศาจ นางแม่มด และพวกชุดคลุมดำนั้นเลวร้ายที่สุด พวกมันไล่ล่าเธอไม่จบสิ้น บังคับให้เธอต้องทิ้งที่พักแล้วหนีไปเรื่อยๆ
เป็นเวลาหลายปีที่ชาร์ลอตต์ต้องหนี ฆ่าเมื่อจำเป็น กล่อมน้องชายที่ตายไปนานแล้วในยามราตรี ในฤดูหนาวอันยากเข็ญครั้งหนึ่ง ร่างกายของเธอก็เริ่มรับไม่ไหว อาหารอันขาดแคลนและการหลบอยู่ในกระท่อมอันผุพังล้วนไม่มีประโยชน์อันใดกับอากาศที่เย็นจนเป็นน้ำแข็งเช่นนี้ ชาร์ลอตต์กำเคียวไว้ในมือ เธอพักอยู่ใกล้กองไฟของตัวเองในป่าโดยไม่รู้ว่าพวกชุดคลุมดำจะมาเอาตัวเธอไปก่อนความหนาวเย็น ในตอนที่ความเย็นกลายเป็นผลึกรอบรูจมูกและปากของเธอก็เริ่มคล้ำเขียวอ่อนๆ ชาร์ลอตต์ก็พลันรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน การยอมรับ เธอปิดตาลง เปิดใจยอมรับความตายอันเงียบสงบเมื่อเสียงกรีดร้องโหยหวนชั่วร้ายแทงทะลุแก้วหู วิกตอร์กระตุกและสะบัดไปมาอยู่บนอกของเธอ มวลหมอกปกคลุมร่างของเขา ก่อนที่เธอจะทันตอบสนองใดๆ เขาก็หยดร่วงจากเธอลงไปในแอ่งเลือด ตะกายขึ้นหิมะแล้วออกวิ่งไป
เมื่อรวมสติได้จากการเฉียดตาย เธอก็ออกวิ่งตามพลางตะโกนเรียกเขา เธอวิ่งผ่านป่าไปจนกระทั่งขารับร่างไม่ไหว กระทั่งในที่สุด ดวงตาของเธอก็พบกับวิกตอร์ เขานั่งอยู่ที่ขอบของหมอกหนา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและดุร้าย กรีดร้องในขณะที่พวกชุดคลุมดำโผล่จากสายหมอกมาคว้าแขนและจับเขาเอาไว้ ความเงียบสงบที่คืบคลานมาหาชาร์ลอตต์หายไปแล้ว มันแทนที่ด้วยความชิงชังและคุ้มคลั่งที่แผดเผาซึ่งเธอใช้เป็นที่พึ่งมาแสนนาน ชาร์ลอตต์กำเคียวแน่น เธอพุ่งใส่สายหมอก พร้อมกระชากเครื่องในใครก็ตามที่ย่างกรายไปใกล้น้องชายของตัว
ปีต่อๆ มานั้นเป็นเพียงความทรงจำชั่วประเดี๋ยวประด๋าวของสองฝาแฝด แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับชีวิตปกติมากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะรู้จักแล้ว การเดินทางไปกับแม่นั้นเป็นสิ่งที่สองเชื่อว่าเด็กที่ไหนก็ทำกัน การหนีและหลบซ่อนไปทั่วชนบทของฝรั่งเศสกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติ เมื่ออายุได้ห้าขวบ การละเล่นอันท้าทายแบบใหม่ก็ปรากฏขึ้นเมื่อแม่ของพวกเขาล้มป่วย ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและเรี่ยวแรงที่สิ้นสูญ มาเดอลีนจึงไม่มีทางเลือกใดนอกจากส่งต่อความรับผิดชอบในการรวบรวมอาหารให้กับชาร์ลอตต์ เด็กหญิงผู้แบกรับภาระอยู่ใต้เสื้อผ้าพิเศษที่ปกปิดร่างกายของวิกตอร์ซึ่งงอกออกมาเอาไว้ออกเดินทางจากเต็นท์ในป่าแล้วแล้วเดินหน้าสู่เมืองใกล้เคียง แม้อะไรๆ จะแปลกตา แต่เธอก็ทำตามที่ฝึกฝนมา รอให้ตลาดเปิดแล้วกวาดอาหารอะไรก็ตามที่กวาดได้ไป มันเป็นชัยชนะในการละเล่น ทว่าก็หาได้ยืนยาวแม้เพียงนิด
หลังเที่ยงคืน แสงไฟเรืองแรงลุกเรื่องขึ้นรอบค่ายพักแรมของครอบครัว เสียงตะโกนสั่งเพียงครั้งเดียวทำลายความเงียบงันของของยามค่ำคืนแล้วฝูงชนของเหล่าผู้ล่าแม่มดก็หลั่งไหลมา มือสกปรกกระชากสองฝาแฝดจากที่นอน มาเดอเรียนร่ำร้องหาลูก พลันเสียงของเธอเงียบลงอย่างฉับพลันทันทีด้วยไม้กระบองซึ่งฟาดเข้ากะโหลก วิกเตอร์กรีดร้องด้วยเสียงโหยหวนอย่างหนูติดกับดัก
พวกนักล่าประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ผู้พิพากษาประกาศความผิดของมาเดอลีนข้อหาใช้เวทมนตร์คาถา โดยมีหลักฐานคือปีศาจที่เธอให้กำเนิด ภายในไม่กี่นาที พวกเขาก็ล่ามร่างไร้สติของเธอไว้กับต้นไม้ เอากิ่งไม้และมอสล้อมรอบเท้าเธอ เมื่อตื่นขึ้นมา มาเดอลีนไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เธอได้แต่ขอให้ลูกๆ มองไปทางอื่น แต่พวกเขาไม่ได้รับโอกาสใด สองฝาแฝดถูกบังคับให้ดูตอนที่คบไฟถูกจุดขึ้น ถูกบังคับให้ดูไฟที่ปลิวติดกระโปรงของแม่ตัวเอง แผดเผาเนื้อหนังของเธอจนไม้เกรียม ทั้งสองจ้องมองไขมันที่หยดจากร่างของแม่ และใบหน้าที่ปูดบวมและบิดเบี้ยวนั่นด้วย พวกเขาจ้องมองจนเสียงกรีดร้องที่ฉีกเส้นเสียงที่ขาดปลาสนาการไป และที่เหลืออยู่ก็เพียงถ้าถ่านคุไฟและกลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียน
อันใดอันเคยสุขมีดีงามล้วนตายไปกับแม่ ทั้งคู่ถูกจับใส่กรงส่งไปยังอารามไม้เก่าแก่ และถูกขายให้กับกลุ่มรับที่ห่มกายด้วยผ้าคลุมสีเข้ม ไม่ว่าใครเข้าใกล้วิกตอร์ก็จะตอบโต้ด้วยความเกรี้ยวกราดของสัตว์ร้ายที่คุ้มคลั่ง ทั้งข่วนทั้งกัด ชาร์ลอตต์ขมขื่นและเกลียดชังทุกคนยกเว้นน้องชายตัวเอง และพลันบังเกิดเจตจำนงในการเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองเขา
ภายในอาราม ทั้งสองต้องพบกับการทดลองอันไม่ปกตินานหลายปี บ้างโหดร้าย อีกหลายก็เพียงทำให้งุนงง วันหนึ่งพวกเขาถูกบังคับให้หักคอนกสีเทาตัวเล็ก วันต่อมาก็ถูกกรีดนิ้วใส่เลือดลงไปในแจกันกุหลาบ และทุกวันที่เจ็ด ทั้งสองต้องนอนโดยมีกิ่งโอ๊กชื้นๆ อยู่ใต้หมอน จากนั้นก็มีเสียงสวดมนต์ เสียงประสานอันไร้จุดจบจากเรือนร่างในผ้าคลุมตามช่วงเวลาที่กำหนด
ในตอนนั้น การทดลองขั้นสุดท้ายก็ได้ถูกวางแผนไว้แล้ว ร่างในชุดคลุมสองร่างต้อนสองฝาแฝดไปยังใจกลางของอาราม จับชาร์ลอตต์ไว้กับแท่นบูชาในห้องที่สว่างไสวด้วยแสงจากเชิงเทียนมากมาย ใบหน้ายับย่นของชายคนหนึ่งปรากฏเลือนรางจากใต้ผ้าคลุมหัวของเขา เขาวางมือลงบนหน้าผากของสองฝาแฝด ตรวจสอบกะโหลกของทั้งคู่อย่างระมัดระวังก่อนจะชักดาบแวววาวออกมาพลางกล่าวว่า เมเมนโต้โมริ
ชาร์ลอตต์กลิ้งไปทางตัวเอง พาร่างน้องชายพ้นจากแท่นบูชา เขากรีดร้องแล้วเหยียดแขนออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อปัดเชิงเทียนลงพื้น ไฟติดไม้แห้งในทันที มันลามไปทั่วพื้น ลุกไหม้ชุดคลุมยาวสีดำที่ปัดมัน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสาหัสแทงทะลุขึ้นมาในความโกลาหล และมันทำให้ชาร์ลอตต์มีเรี่ยวแรงขึ้น เธอพุ่งเข้าหาไฟนรกนั่น ดวงตาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากควันสีดำและเปลวเพลิงที่ลุกโชน ความเจ็บปวดอันหนักหน่วงถาโถมใส่ปอดของเธอ จะหาทางออกเท่าไรก็ไม่พบ ทุกย่างก้าวล้วนนำไปสู่ความร้อนอันเกินทนทาน ชาร์ลอตต์ทรุดเข่าลง หายใจไม่ออก แล้วทันใดนั้นก็พลันเห็น แสงตะวัน ต้นไม้ เธอย่ำเท้าออกจากเปลวเพลิงสู่ยอดหญ้าชุ่มน้ำค้าง ชาร์ลอตต์วิ่งเข้าป่าไปโดยไม่หันกลับมามองจนกระทั่งล้มลง
เมื่อชาร์ลอตต์ลืมตาขึ้น เธอก็เอื้อมไปจับมือวิกตอร์ เขาไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงนิด ร่างของเขาห้อยจากลำตัวของเธออย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เธอจับหน้าเขาแน่น มองลึกไปในดวงตาเศร้าสร้อยที่แน่นิ่งนั่น การเคลื่อนไหวที่เธอเคยชิน ร่างของเขาที่คอยดึงรั้งผิวหนังของเธอ ขาของเขาที่แหย่อยู่กับรูในทรวงอกเธอ บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว วิกตอร์ตายแล้ว
ชาร์ลอตต์ไม่มีทางเลือกนอกจากไปต่อพลางคร่ำครวญด้วยหวาดกลัวว่าพวกุชดคลุมดำกับพวกล่าแม่มดจะกำลังด้อมมอง เธอปกปิดซากศพของน้องชายไว้ใต้เสื้อผ้าแล้วมุ่งหน้าสู่ท่อระบายน้ำบริเวณเมือง เธอตั้งค่ายพักแรมที่นั่น โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ เพื่อขโมยอาหารใดๆ ที่ขโมยได้ ยามสิ้นไร้ไม้ตอกจริงๆ ก็บุกเข้าไปในโรงนาเพื่อขโมยรำหมูเป็นที่พึ่ง หลายปีผ่านไป ซากศพของวิกตอร์เน่าเปื่อย แขนขาของเขากลายเป็นของเหลวสีดำคล้ำ กระนั้นร่างของเขาก็ยังยืนหยัดต่อต้านการเน่าสลาย ราวกับเลือดของพี่สาวยังคงไหลหล่อเลี้ยงในร่างเขา การปกป้องร่างไร้ชีวิตของวิกตอร์กลายเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ชาร์ลอตต์ยังมีชีวิต และเธอปฏิเสธไม่ยอมแยกจากครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่
ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเธอกลายเป็นการแข่งขันเพื่อเอาชีวิตรอด ความชิงชังมนุษย์ของเธอเติบโตขึ้นทุกวันภายใต้ความตระหนักพวกเขาไม่มีวันปล่อยเธอไป ไม่ว่าจะมีกี่คนต้องตายไปในการปล้นชิงอันผิดพลาดและความพยายามหนีอย่างสุดชีวิต ที่เพิ่มขึ้นก็มีแต่การไล่ล่าและถ้อยคำสาปแช่งที่ถ่มถุยใส่ สัตว์ประหลาด ปีศาจ นางแม่มด และพวกชุดคลุมดำนั้นเลวร้ายที่สุด พวกมันไล่ล่าเธอไม่จบสิ้น บังคับให้เธอต้องทิ้งที่พักแล้วหนีไปเรื่อยๆ
เป็นเวลาหลายปีที่ชาร์ลอตต์ต้องหนี ฆ่าเมื่อจำเป็น กล่อมน้องชายที่ตายไปนานแล้วในยามราตรี ในฤดูหนาวอันยากเข็ญครั้งหนึ่ง ร่างกายของเธอก็เริ่มรับไม่ไหว อาหารอันขาดแคลนและการหลบอยู่ในกระท่อมอันผุพังล้วนไม่มีประโยชน์อันใดกับอากาศที่เย็นจนเป็นน้ำแข็งเช่นนี้ ชาร์ลอตต์กำเคียวไว้ในมือ เธอพักอยู่ใกล้กองไฟของตัวเองในป่าโดยไม่รู้ว่าพวกชุดคลุมดำจะมาเอาตัวเธอไปก่อนความหนาวเย็น ในตอนที่ความเย็นกลายเป็นผลึกรอบรูจมูกและปากของเธอก็เริ่มคล้ำเขียวอ่อนๆ ชาร์ลอตต์ก็พลันรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน การยอมรับ เธอปิดตาลง เปิดใจยอมรับความตายอันเงียบสงบเมื่อเสียงกรีดร้องโหยหวนชั่วร้ายแทงทะลุแก้วหู วิกตอร์กระตุกและสะบัดไปมาอยู่บนอกของเธอ มวลหมอกปกคลุมร่างของเขา ก่อนที่เธอจะทันตอบสนองใดๆ เขาก็หยดร่วงจากเธอลงไปในแอ่งเลือด ตะกายขึ้นหิมะแล้วออกวิ่งไป
เมื่อรวมสติได้จากการเฉียดตาย เธอก็ออกวิ่งตามพลางตะโกนเรียกเขา เธอวิ่งผ่านป่าไปจนกระทั่งขารับร่างไม่ไหว กระทั่งในที่สุด ดวงตาของเธอก็พบกับวิกตอร์ เขานั่งอยู่ที่ขอบของหมอกหนา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและดุร้าย กรีดร้องในขณะที่พวกชุดคลุมดำโผล่จากสายหมอกมาคว้าแขนและจับเขาเอาไว้ ความเงียบสงบที่คืบคลานมาหาชาร์ลอตต์หายไปแล้ว มันแทนที่ด้วยความชิงชังและคุ้มคลั่งที่แผดเผาซึ่งเธอใช้เป็นที่พึ่งมาแสนนาน ชาร์ลอตต์กำเคียวแน่น เธอพุ่งใส่สายหมอก พร้อมกระชากเครื่องในใครก็ตามที่ย่างกรายไปใกล้น้องชายของตัว