ดิอันโนว์น
Base Info
- Chapterบท All Things Wicked
- Difficulty
- Speed115%4.6 m/s
Perks
Feature
สิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือความเข้าใจ แม้ใครต่อใครจะพยายามเพียงใดก็ตาม
Perk ประจำตัวคือ ปลดพันธนาการ, ไม่นึกฝัน และลบล้าง ทำให้มันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น เอารัศมีความน่ากลัวของตัวเองใส่ไปในเครื่องปั่นไฟ และลดความคืบหน้าในการซ่อมแซมเครื่องปั่นไฟได้
Perk ประจำตัวคือ ปลดพันธนาการ, ไม่นึกฝัน และลบล้าง ทำให้มันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น เอารัศมีความน่ากลัวของตัวเองใส่ไปในเครื่องปั่นไฟ และลดความคืบหน้าในการซ่อมแซมเครื่องปั่นไฟได้
Skill
UVX
บางคนเชื่อว่ากองทัพเก็บเอาตัวอย่างไปเพื่อใช้ในการทดลอง ชื่อรหัส: อันโนว์น วีนอม เอ็กซ์
กดปุ่มพลังเพื่อชาร์จ UVXเมื่อพร้อมแล้ว ให้กดปุ่มโจมตีเพื่อยิง UVXออกไป นี่คือกระสุนเด้งได้ที่จะสร้างพื้นที่ระเบิดเมื่อกระทบ ผู้รอดชีวิตที่โดน UVX ขณะ UVX ลอยอยู่กลางอากาศจะติดสถานะถูกกีดขวาง 6%
ส่วนผู้รอดชีวิตที่โดนพื้นที่ระเบิดจะติดสถานะอ่อนแอลง ถ้าผู้รอดชีวิตที่ติดสถานะอ่อนแอลงโดนพื้นที่ระเบิดก็จะสูญเสียสถานะร่างกายไป ผู้รอดชีวิตจะหลุดจากสถานะอ่อนแอลงได้ก็ต่อเมื่อจ้องมองดิอันโนว์นสำเร็จ
ความสามารถพิเศษ คือ ภาพหลอน
ดิอันโนว์นจะสร้างภาพหลอนขึ้นมาเป็นระยะ โดยสร้างได้มากสุด 4 ภาพ ขณะชาร์จ UVX กำลังทำแอ็กชันอะไรบางอย่าง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีสิ่งของบนแผนที่ เช่น ตะขอ จะสร้างภาพหลอนไม่ได้
เมื่อผู้รอดชีวิตโดนพื้นที่ระเบิดหรืออ่อนแอลง เวลาในการเกิดภาพหลอนภาพต่อไปจะลดลง 10 วินาที
ดิอันโนว์นสามารถเทเลพอร์ตไปยังภาพหลอนแล้วทิ้งเป้าหลอกชั่วคราวเอาไว้ได้ ผู้รอดชีวิตสามารถขจัดภาพหลอนออกจากเกมด้วยการใช้ความสามารถขจัด ผู้รอดชีวิตที่อ่อนแอลงจะใช้เวลาขจัดภาพหลอนนานกว่าปกติ หากขจัดไม่สำเร็จ ผู้รอดชีวิตจะอ่อนแอลง และทำให้สัญชาตญาณฆาตกรทำงาน
“... คำขอผลวิเคราะห์ของเหตุการณ์[REDACTED]ในเมือง[REDACTED]อยู่ระหว่างรออนุมัติ” - ตอนหนึ่งจากรายงานของ OSS ที่หลุดออกมา
กดปุ่มพลังเพื่อชาร์จ UVXเมื่อพร้อมแล้ว ให้กดปุ่มโจมตีเพื่อยิง UVXออกไป นี่คือกระสุนเด้งได้ที่จะสร้างพื้นที่ระเบิดเมื่อกระทบ ผู้รอดชีวิตที่โดน UVX ขณะ UVX ลอยอยู่กลางอากาศจะติดสถานะถูกกีดขวาง 6%
ส่วนผู้รอดชีวิตที่โดนพื้นที่ระเบิดจะติดสถานะอ่อนแอลง ถ้าผู้รอดชีวิตที่ติดสถานะอ่อนแอลงโดนพื้นที่ระเบิดก็จะสูญเสียสถานะร่างกายไป ผู้รอดชีวิตจะหลุดจากสถานะอ่อนแอลงได้ก็ต่อเมื่อจ้องมองดิอันโนว์นสำเร็จ
ความสามารถพิเศษ คือ ภาพหลอน
ดิอันโนว์นจะสร้างภาพหลอนขึ้นมาเป็นระยะ โดยสร้างได้มากสุด 4 ภาพ ขณะชาร์จ UVX กำลังทำแอ็กชันอะไรบางอย่าง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีสิ่งของบนแผนที่ เช่น ตะขอ จะสร้างภาพหลอนไม่ได้
เมื่อผู้รอดชีวิตโดนพื้นที่ระเบิดหรืออ่อนแอลง เวลาในการเกิดภาพหลอนภาพต่อไปจะลดลง 10 วินาที
ดิอันโนว์นสามารถเทเลพอร์ตไปยังภาพหลอนแล้วทิ้งเป้าหลอกชั่วคราวเอาไว้ได้ ผู้รอดชีวิตสามารถขจัดภาพหลอนออกจากเกมด้วยการใช้ความสามารถขจัด ผู้รอดชีวิตที่อ่อนแอลงจะใช้เวลาขจัดภาพหลอนนานกว่าปกติ หากขจัดไม่สำเร็จ ผู้รอดชีวิตจะอ่อนแอลง และทำให้สัญชาตญาณฆาตกรทำงาน
“... คำขอผลวิเคราะห์ของเหตุการณ์[REDACTED]ในเมือง[REDACTED]อยู่ระหว่างรออนุมัติ” - ตอนหนึ่งจากรายงานของ OSS ที่หลุดออกมา
Story
วิทยานิพนธ์ปริญญาโทของโอลิเวียเป็นเรื่องตำนานเมืองและต้นกำเนิดของตำนานเหล่านั้น เธอเชื่อว่าเรื่องราวเหล่านั้นมีความคล้ายคลึงกับเรื่องเล่าพื้นบ้านดั้งเดิม จึงเลือกมาเรื่องหนึ่งเพื่ออธิบายประเด็นให้เห็นชัด ว่ากันว่าดิอันโนว์นหรือสิ่งลึกลับเป็นความชั่วร้ายลี้ลับที่ร้ายกาจอย่างสาหัสสากรรจ์ ขนาดว่าเพียงการตรวจสอบเรื่องราวของมัน ก็เหมือนเดินไปตามคำเชื้อเชิญของความตายแทบจะในทันที อย่างน้อยเรื่องราวก็เล่าไว้ในทางนั้น และมีหลายเรื่องราวเสียด้วย เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งในกรีนวิลล์ ที่อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอยบนเวทีในห้องที่มีประจักษ์พยานอยู่เต็มไปหมด หลายสัปดาห์ต่อมา เพื่อนเธอที่พยายามเสาะหาว่าเกิดอะไรขึ้นก็หายตัวไปด้วย ด้านตำรวจนั้นก็งุนงงไปหมด เพราะไม่มีเบาะแสหรือข้อมูลใดๆ เลย และความลี้ลับนั้นก็ช่วยโหมกระพือตำนานเมืองให้ทวีเรื่องราวและแพร่กระจายออกไป
เมื่อถึงช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ โอลิเวียไม่กลับบ้านแต่ไปหาข้อมูลเรื่องนี้ที่กรีนวิลล์แทน เธอขับรถเข้าไปพักในโมเตลที่ถูกสุดเป็นอันดับสองของเมือง แล้วเริ่มตระเตรียมสิ่งต่างๆ อยู่ในห้องเล็กๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นควันบุหรี่ เชื้อรา และเหล้า เธอเปลี่ยนผนังด้านหนึ่งเป็นกระดานแสดงหลักฐาน ที่แปะไว้บนนั้นคือบทความและทฤษฎีมากมาย อันว่าด้วยการหายตัวที่คล้ายคลึงกันเพราะฝีมือของสิ่งลึกลับ ซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ เธอเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ด้วยด้ายสีแดงกับหมุดสีเหลือง ถ้ามีใครเดินเข้าห้องมาคงคิดว่าเธอบ้าไปแล้ว
มีทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของสิ่งลึกลับอยู่มากมาย บ้างก็ว่าเป็นตัวตนอันชั่วร้าย ที่ลัทธิโบราณลัทธิหนึ่งร่ายมนตร์เสกปรากฏเมื่อแสนนานมาแล้ว บ้างก็ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่หนีออกมาจากแอเรีย 51 ตำนานเล่าว่ามันเติบโตในความมืดมิด และขโมยสุ้มเสียงของผู้ที่มันกลืนกินไปเพื่อใช้ล่อลวงผู้อื่นสู่ชะตามรณะ
บทความในหนังสือพิมพ์ที่โอลิเวียพบเป็นชิ้นแรกนั้นอ้างอิงถึงการหายตัวไปซึ่งเกิดขึ้นในพิธีติดต่อสื่อสารกับวิญญาณในยุคทศวรรษ 1800 ช่วงปลายยุคทศวรรษ 1950 มีนักศึกษาหลายคนหายตัวไปจากโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งอย่างลึกลับ มีพยานเห็นพวกเขาเข้าไปในโรงภาพยนตร์แห่งนั้น บางคนก็จำได้ว่าเห็นพวกเขานั่งอยู่ตรงที่ตัวเองกัน แต่พอไฟสว่าง พวกเขาก็หายไปแล้ว ไม่มีใครเห็นพวกเขาออกจากโรง และไม่เคยมีใครพบร่องรอยของพวกเขาด้วย คนฉายภาพยนตร์อ้างว่า ต่อมาในคืนนั้น ก็ได้ยินเสียงคนดังอยู่ในความมืดมิดอันเวิ้งว้างว่างเปล่าของโรงภาพยนตร์ แต่พอเปิดไฟ ก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่น ต่อมาในยุคทศวรรษ 1960 ก็มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งหายตัวไปขณะสำรวจโรงพยาบาลร้างที่เชื่อกันว่ามีผีสิง
มีเรื่องราวและข้อใคร่ครวญมากมายที่ผุดพรายขึ้นมาเพื่ออธิบายการหายตัวอันลี้ลับนี้ บางคนก็พูดถึงโครงการวิจัยลับสุดยอดของรัฐบาล ซึ่งสำนักบริการด้านยุทธศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการในยุคทศวรรษ 1950 โครงการแอปเปิลพาย การทดลองควบคุมจิตใจโดยใช้ยาหลอนประสาท บันทึกส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในยุคทศวรรษ 1970 แต่พยานหลายคนอ้างว่า การทดลองดังกล่าวเกิดขึ้นกับพลเมืองผู้ไม่รู้อีโหน่อีเน่ในหลากหลายสภาพแวดล้อมและตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงในโรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล และในมหาวิทยาลัยด้วย หลายคนเชื่อว่าการทดลองอันไร้จริยธรรมนี้ได้เปิดประตูสู่มิติอื่น ซึ่งทำให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาสู่โลกใบนี้ได้
โอลิเวียนเขียนข้อสังเกตเพื่อนำไปปักไว้บนกระดานหลักฐาน สิ่งลึกลับที่อยู่ในความมืดและลอกเลียนเหยื่อของตัวเองได้ มันคือปีศาจร้ายรึเปล่า หรือว่ามาจากต่างดาว เป็นการทดลองที่ล้มเหลวของรัฐบาลหรือไม่ หรือก็แค่พวกฆาตกรต่อเนื่องทั่วไปที่กลัวการเผยตัวสู่สาธารณะ เธออยากพิสูจน์ว่าสิ่งลึกลับที่ว่านี้เป็นแค่นิทานพื้นบ้านของโลกสมัยใหม่ และการสืบสาวนั้นก็นำเธอมาถึงคืนนี้ มาถึงที่นี่ มาถึงห้องโมเตลซอมซ่อนี่
กระนั้น เธอก็ยังอดสังเกตไม่ได้ว่าการหายตัวในกรีนวิลล์มีรายละเอียดอย่างหนึ่งซึ่งที่อื่นไม่มี สายหมอก เธอคลับคล้ายคลับคลาว่ามีตำนานเมืองอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งพูดถึงหมอกประหลาดหนาทึบ ที่ทำให้คนหายไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ในความใคร่ครวญของเธอนั้น บางการหายตัวที่กรีนวิลล์อาจไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งลึกลับ แต่เป็นความมืดมิดอย่างอื่น
โอลิเวียเกิดสงสัยขึ้นมาแวบหนึ่งว่า ถ้าตำนานเมืองเรื่องหนึ่งไปเจอตำนานเมืองอีกเรื่องเข้าจะเป็นยังไง เธอหัวเราะขำสิ่งที่ตัวเองคิดแล้วก็หาเรื่องใส่ตัวด้วยการร่างภาพของสิ่งลึกลับตามที่ตัวเองคิดว่าหน้าตาจะเป็นยังไง จากนั้นก็ปักภาพลงกลางกระดานหลักฐาน หัวเราะแบบหวาดๆ และรอให้สิ่งลึกลับมากลืนกินเธอโทษฐานที่พยายามไปขุดคุ้ยว่ามันคืออะไร เธอจ้องมองหน้าต่างและประตูหน้าอย่างกังวลจนเวลาผันผ่านจากวินาทีสู่นาที และจากนาทีก็กลายเป็นชั่วโมง
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนนี้ก็เวลาก็พ้นตีสองไปแล้ว และโอลิเวียที่ตรวจตราบทความต่างๆ พลางจิบกาแฟนั้นก็กำลังอ่อนล้าหมดแรง นั่นทำให้ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงกระซิบนั่น เธอก็สงสัยว่าตัวเองจินตนาการไปเองหรือเปล่า
"โอลิเวีย..."
เหมือนมันจะมาจากห้องน้ำ
"ช่วยด้วย..."
แสงไฟในห้องน้ำกะพริบริบหรี่
"นั่นใครน่ะ"
ดวงตาเบิกโพลงของโอลิเวียจ้องไปยังประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ สมองเธอกำลังเล่นตลกใส่ หรือไม่ก็...
เพื่อนเธอโผล่มาแกล้งกัน
“แอเรียลลาเหรอ หรือว่าฌอน หยุดแกล้งกันซะทีน่า...”
แสงไฟริบหรี่ยังคงกะพริบยามเธอกระเถิบเข้าใกล้ห้องน้ำ ความกลัวกระจายตัวดุจคลื่นลูกยาวที่ซัดผ่านร่างเธอระลอกแล้วระลอกเล่า และความตระหนักรู้อันน่าสะพรึงก็เบ่งบานในตัวเธอว่า สิ่งลึกลับนั้นอยู่หลังประตูห้องน้ำ และมันกำลังจะทำให้เธอชดใช้ในความอหังการนี้ อะไรบางอย่างเริ่มกระซิบชื่อเธออีกครั้ง แต่แล้วเสียงนั้นก็สูงขึ้น แตกพร่า ผิดเพี้ยนไปด้วยความตระหนกอันฉับพลันทันใด ที่ราวกับเจ้าสิ่งมีชีวิตอันน่ากลัวเบื้องหลังประตูบานนั้นกำลังโดนทำร้าย
ความสยองขวัญอันลี้ลับเอ่อท้นในหัวใจโอลิเวียจนไม่เหลือที่ว่างไว้ให้สิ่งใดอีกแล้ว เธอสูดลมหายใจลึก เหงื่อเย็นเยียบผุดเม็ดบนหน้าผาก เธอเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ไฟดับลงแล้ว แต่เธอยังได้ยินเสียงร้องอันแปลกประหลาดราวไม่ใช่ของมนุษย์อยู่ จากนั้นไฟก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง และเธอก็เห็นหมอกประหลาดสีดำไหลเข้ามาจากใต้ประตู
โอลิเวียที่แง้มเปิดประตูด้วยความลังเลเห็นร่างขนาดใหญ่มีหนวดยุ่บยั่บกำลังถูกดึงเข้าไปมวลหมอกหนา และค่อยๆ ปลาสนาการไปในความมืดมิดดุจเงาเลือนหาย เสียงกรีดร้องหยุดไปอย่างฉับพลันทันใด ห้องข้างๆ ทุบผนังบอกให้เบาเสียงทีวี และโอลิเวียก็กำลังจ้องมองอเวจีสีดำที่เปิดปากหาวอยู่ตรงหน้าเขม็ง เธอสองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็อยากหนีไป แต่อีกใจก็อยากรู้เรื่องให้มากกว่านี้ และระหว่างที่ใคร่ครวญอยู่นั้น สุ้มเสียงนับสิบก็ตะโกนหาเธอพร้อมคำสัญญาของสิ่งลึกลับ กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และสิ่งพิลึกพิลั่นอันโพ้นไกลไปกว่าประสบการณ์ของมนุษย์
เมื่อถึงช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ โอลิเวียไม่กลับบ้านแต่ไปหาข้อมูลเรื่องนี้ที่กรีนวิลล์แทน เธอขับรถเข้าไปพักในโมเตลที่ถูกสุดเป็นอันดับสองของเมือง แล้วเริ่มตระเตรียมสิ่งต่างๆ อยู่ในห้องเล็กๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นควันบุหรี่ เชื้อรา และเหล้า เธอเปลี่ยนผนังด้านหนึ่งเป็นกระดานแสดงหลักฐาน ที่แปะไว้บนนั้นคือบทความและทฤษฎีมากมาย อันว่าด้วยการหายตัวที่คล้ายคลึงกันเพราะฝีมือของสิ่งลึกลับ ซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ เธอเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ด้วยด้ายสีแดงกับหมุดสีเหลือง ถ้ามีใครเดินเข้าห้องมาคงคิดว่าเธอบ้าไปแล้ว
มีทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของสิ่งลึกลับอยู่มากมาย บ้างก็ว่าเป็นตัวตนอันชั่วร้าย ที่ลัทธิโบราณลัทธิหนึ่งร่ายมนตร์เสกปรากฏเมื่อแสนนานมาแล้ว บ้างก็ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่หนีออกมาจากแอเรีย 51 ตำนานเล่าว่ามันเติบโตในความมืดมิด และขโมยสุ้มเสียงของผู้ที่มันกลืนกินไปเพื่อใช้ล่อลวงผู้อื่นสู่ชะตามรณะ
บทความในหนังสือพิมพ์ที่โอลิเวียพบเป็นชิ้นแรกนั้นอ้างอิงถึงการหายตัวไปซึ่งเกิดขึ้นในพิธีติดต่อสื่อสารกับวิญญาณในยุคทศวรรษ 1800 ช่วงปลายยุคทศวรรษ 1950 มีนักศึกษาหลายคนหายตัวไปจากโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งอย่างลึกลับ มีพยานเห็นพวกเขาเข้าไปในโรงภาพยนตร์แห่งนั้น บางคนก็จำได้ว่าเห็นพวกเขานั่งอยู่ตรงที่ตัวเองกัน แต่พอไฟสว่าง พวกเขาก็หายไปแล้ว ไม่มีใครเห็นพวกเขาออกจากโรง และไม่เคยมีใครพบร่องรอยของพวกเขาด้วย คนฉายภาพยนตร์อ้างว่า ต่อมาในคืนนั้น ก็ได้ยินเสียงคนดังอยู่ในความมืดมิดอันเวิ้งว้างว่างเปล่าของโรงภาพยนตร์ แต่พอเปิดไฟ ก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่น ต่อมาในยุคทศวรรษ 1960 ก็มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งหายตัวไปขณะสำรวจโรงพยาบาลร้างที่เชื่อกันว่ามีผีสิง
มีเรื่องราวและข้อใคร่ครวญมากมายที่ผุดพรายขึ้นมาเพื่ออธิบายการหายตัวอันลี้ลับนี้ บางคนก็พูดถึงโครงการวิจัยลับสุดยอดของรัฐบาล ซึ่งสำนักบริการด้านยุทธศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการในยุคทศวรรษ 1950 โครงการแอปเปิลพาย การทดลองควบคุมจิตใจโดยใช้ยาหลอนประสาท บันทึกส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในยุคทศวรรษ 1970 แต่พยานหลายคนอ้างว่า การทดลองดังกล่าวเกิดขึ้นกับพลเมืองผู้ไม่รู้อีโหน่อีเน่ในหลากหลายสภาพแวดล้อมและตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงในโรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล และในมหาวิทยาลัยด้วย หลายคนเชื่อว่าการทดลองอันไร้จริยธรรมนี้ได้เปิดประตูสู่มิติอื่น ซึ่งทำให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาสู่โลกใบนี้ได้
โอลิเวียนเขียนข้อสังเกตเพื่อนำไปปักไว้บนกระดานหลักฐาน สิ่งลึกลับที่อยู่ในความมืดและลอกเลียนเหยื่อของตัวเองได้ มันคือปีศาจร้ายรึเปล่า หรือว่ามาจากต่างดาว เป็นการทดลองที่ล้มเหลวของรัฐบาลหรือไม่ หรือก็แค่พวกฆาตกรต่อเนื่องทั่วไปที่กลัวการเผยตัวสู่สาธารณะ เธออยากพิสูจน์ว่าสิ่งลึกลับที่ว่านี้เป็นแค่นิทานพื้นบ้านของโลกสมัยใหม่ และการสืบสาวนั้นก็นำเธอมาถึงคืนนี้ มาถึงที่นี่ มาถึงห้องโมเตลซอมซ่อนี่
กระนั้น เธอก็ยังอดสังเกตไม่ได้ว่าการหายตัวในกรีนวิลล์มีรายละเอียดอย่างหนึ่งซึ่งที่อื่นไม่มี สายหมอก เธอคลับคล้ายคลับคลาว่ามีตำนานเมืองอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งพูดถึงหมอกประหลาดหนาทึบ ที่ทำให้คนหายไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ในความใคร่ครวญของเธอนั้น บางการหายตัวที่กรีนวิลล์อาจไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งลึกลับ แต่เป็นความมืดมิดอย่างอื่น
โอลิเวียเกิดสงสัยขึ้นมาแวบหนึ่งว่า ถ้าตำนานเมืองเรื่องหนึ่งไปเจอตำนานเมืองอีกเรื่องเข้าจะเป็นยังไง เธอหัวเราะขำสิ่งที่ตัวเองคิดแล้วก็หาเรื่องใส่ตัวด้วยการร่างภาพของสิ่งลึกลับตามที่ตัวเองคิดว่าหน้าตาจะเป็นยังไง จากนั้นก็ปักภาพลงกลางกระดานหลักฐาน หัวเราะแบบหวาดๆ และรอให้สิ่งลึกลับมากลืนกินเธอโทษฐานที่พยายามไปขุดคุ้ยว่ามันคืออะไร เธอจ้องมองหน้าต่างและประตูหน้าอย่างกังวลจนเวลาผันผ่านจากวินาทีสู่นาที และจากนาทีก็กลายเป็นชั่วโมง
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนนี้ก็เวลาก็พ้นตีสองไปแล้ว และโอลิเวียที่ตรวจตราบทความต่างๆ พลางจิบกาแฟนั้นก็กำลังอ่อนล้าหมดแรง นั่นทำให้ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงกระซิบนั่น เธอก็สงสัยว่าตัวเองจินตนาการไปเองหรือเปล่า
"โอลิเวีย..."
เหมือนมันจะมาจากห้องน้ำ
"ช่วยด้วย..."
แสงไฟในห้องน้ำกะพริบริบหรี่
"นั่นใครน่ะ"
ดวงตาเบิกโพลงของโอลิเวียจ้องไปยังประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ สมองเธอกำลังเล่นตลกใส่ หรือไม่ก็...
เพื่อนเธอโผล่มาแกล้งกัน
“แอเรียลลาเหรอ หรือว่าฌอน หยุดแกล้งกันซะทีน่า...”
แสงไฟริบหรี่ยังคงกะพริบยามเธอกระเถิบเข้าใกล้ห้องน้ำ ความกลัวกระจายตัวดุจคลื่นลูกยาวที่ซัดผ่านร่างเธอระลอกแล้วระลอกเล่า และความตระหนักรู้อันน่าสะพรึงก็เบ่งบานในตัวเธอว่า สิ่งลึกลับนั้นอยู่หลังประตูห้องน้ำ และมันกำลังจะทำให้เธอชดใช้ในความอหังการนี้ อะไรบางอย่างเริ่มกระซิบชื่อเธออีกครั้ง แต่แล้วเสียงนั้นก็สูงขึ้น แตกพร่า ผิดเพี้ยนไปด้วยความตระหนกอันฉับพลันทันใด ที่ราวกับเจ้าสิ่งมีชีวิตอันน่ากลัวเบื้องหลังประตูบานนั้นกำลังโดนทำร้าย
ความสยองขวัญอันลี้ลับเอ่อท้นในหัวใจโอลิเวียจนไม่เหลือที่ว่างไว้ให้สิ่งใดอีกแล้ว เธอสูดลมหายใจลึก เหงื่อเย็นเยียบผุดเม็ดบนหน้าผาก เธอเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ไฟดับลงแล้ว แต่เธอยังได้ยินเสียงร้องอันแปลกประหลาดราวไม่ใช่ของมนุษย์อยู่ จากนั้นไฟก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง และเธอก็เห็นหมอกประหลาดสีดำไหลเข้ามาจากใต้ประตู
โอลิเวียที่แง้มเปิดประตูด้วยความลังเลเห็นร่างขนาดใหญ่มีหนวดยุ่บยั่บกำลังถูกดึงเข้าไปมวลหมอกหนา และค่อยๆ ปลาสนาการไปในความมืดมิดดุจเงาเลือนหาย เสียงกรีดร้องหยุดไปอย่างฉับพลันทันใด ห้องข้างๆ ทุบผนังบอกให้เบาเสียงทีวี และโอลิเวียก็กำลังจ้องมองอเวจีสีดำที่เปิดปากหาวอยู่ตรงหน้าเขม็ง เธอสองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็อยากหนีไป แต่อีกใจก็อยากรู้เรื่องให้มากกว่านี้ และระหว่างที่ใคร่ครวญอยู่นั้น สุ้มเสียงนับสิบก็ตะโกนหาเธอพร้อมคำสัญญาของสิ่งลึกลับ กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และสิ่งพิลึกพิลั่นอันโพ้นไกลไปกว่าประสบการณ์ของมนุษย์